ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกหลัง“ทรัมป์”ย้ำสหรัฐ-จีนใกล้ปิดดีลการค้าเฟส1
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดตลาดวันอังคาร (26พ.ย.)ปรับตัวขึ้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ระบุว่า สหรัฐและจีนใกล้บรรลุข้อตกลงการค้าเฟส 1 แล้ว โดยคณะผู้แทนเจรจาระดับสูงจากทั้งสองประเทศได้พูดคุยกันทางโทรศัพท์ และเห็นพ้องเดินหน้าทำงานในประเด็นต่างๆที่ยังค้างคาอยู่
ประธานาธิบดีทรัมป์ ระบุว่า รัฐบาลวอชิงตันอยู่ในการทำงานขั้นท้ายๆของข้อตกลง ซึ่งจะช่วยปลดชนวนสงครามการค้ากับปักกิ่งที่ยืดเยื้อมานานกว่า 16 เดือน แต่เน้นย้ำจุดยืนที่สหรัฐสนับสนุนพวกผู้ประท้วงในฮ่องกง
“เราอยู่ในขั้นสุดท้ายของข้อตกลงที่สำคัญมาก ผมบอกกับพวกคุณได้เลยว่า อาจเป็นหนึ่งในข้อตกลงการค้าที่สำคัญที่สุดเท่าที่เคยมีมา การเจรจาดำเนินไปด้วยดี แต่ในเวลาเดียวกัน เราก็อยากเห็นสถานการณ์ในฮ่องกงเป็นไปด้วยดีเช่นกัน” ทรัมป์ กล่าว
ความเห็นของทรัมป์ มีขึ้นหลังการพูดคุยทางโทรศัพท์ในวันอังคาร(26พ.ย.) ระหว่างนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐและนายสตีฟ มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐกับนายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน
ดัชนีดาวโจนส์ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 55.21 จุด หรือ 0.20% ปิดที่ 28,121.68 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 6.88 จุด หรือ 0.22% ปิดที่ 3,140.52 จุด และดัชนีแนสแด็ก เพิ่มขึ้น 15.45 จุด หรือ 0.18% ปิดที่ 8,647.93 จุด
อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ปรับตัวขึ้นในวงจำกัด หลังถูกฉุดจากความกังวลเกี่ยวกับข้อมูลทางเศรษฐกิจ รวมถึงข้อมูลผู้บริโภคสหรัฐ หลังผลสำรวจของคอนเฟอเรนซ์บอร์ด ซึ่งเป็น สถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐลดลงสู่ระดับ 125.5 ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 และต่ำกว่า ระดับ 126.6 ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ยังรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่ลดลง 0.7% ในเดือนต.ค. เมื่อเทียบรายเดือน อยู่ที่ 733,000 ยูนิต





