วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

“เทสลา”อนาคตสดใสในจีนสวนทางบ.ท้องถิ่น

ในช่วงเดือนม.ค.-มิ.ย.เทสลาจำหน่ายรถยนต์ไปประมาณ 21,000 คัน มากกว่าปีที่แล้วกว่า2เท่าตัว โดยบริษัทพบว่าผู้บริโภคชาวจีนให้ความสนใจเทคโนโลยีใหม่ที่บริษัทนำเสนอ

เทสลา ค่ายรถยนต์ไฟฟ้าของอีลอน มัสก์ นักธุรกิจอเมริกันผู้มีแนวคิดสนับสนุนให้มีการพัฒนาด้านเทคโนโลยี กลายเป็นค่ายรถต่างชาติที่ประสบความสำเร็จในการทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในจีน อานิสงส์จากการที่รัฐบาลปักกิ่งผ่อนคลายกฏระเบียบด้านการร่วมทุนแก่บริษัทต่างชาติเพื่อกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจ แต่บรรดาบริษัทสตาร์ทอัพในจีนกลับต้องดิ้นรนต่อสู้เนื่องจากรัฐบาลตัดเงินสนับสนุนด้านต่างๆแก่บริษัทสตาร์ทอัพ

ต้นปีที่ผ่านมานี้ เทสลา กลายเป็นบริษัทต่างชาติแห่งแรกในจีนที่จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าทางออนไลน์ ขณะที่โตโยต้า มอเตอร์ โฟล์คสวาเกน และค่ายรถต่างชาติรายอื่นๆ ต่างเร่งเครื่องเพื่อเปิดตัวรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานใหม่ สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลจีนที่สนับสนุนยนตรกรรมขับเคลื่อนด้วยพลังงานใหม่ ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ใช้พลังงานเชื้อเพลิง หรือรถยนต์ลูกผสม เปิดโอกาสให้บรรดาค่ายรถต่างชาติยาตราทัพเข้าสู่ตลาดจีนมากขึ้น ส่วนบรรดาค่ายรถยนต์ท้องถิ่นที่เคยได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากรัฐบาลกำลังเผชิญหน้ากับสงครามชิงส่วนแบ่งตลาด ขณะที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอีกแล้ว

“ผมรู้สึกตื่นเต้นอย่างมากที่ได้มาที่เซี่ยงไฮ้ กิกะแฟคทอรี ซึ่งผมคิดว่าทีมงานเทสลาในจีนสร้างผลงานได้อย่างน่าทึ่ง ผมปลื้มใจมาก จีนเป็นผู้นำโลกด้านรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เป็นสิ่งที่น่าประทับใจมาก และผมคิดว่าประมาณ50% ของรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกผลิตในจีนเมื่อปีที่แล้ว ”อีลอน มัสก์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร(ซีอีโอ)เทสลา กล่าว

โรงงานใหม่ของเทสลาแห่งนี้จะผลิตรถเก๋งซีดานคอมแพคเทสลา โมเดล 3 และโรงงานแห่งนี้จะเริมผลิตรถสปอร์ตอเนกประสงค์(เอสยูวี)โมเดล วาย ที่บริษัทวางแผนเปิดตัวในปี 2563 โดยรถโมเดลวาย ซึ่งเป็นรถยนต์ยุทธศาสตร์สำหรับตลาดจีน จะจำหน่ายในราคาที่ถูกกว่ารถยนต์โมเดลเอ็กซ์ประมาณครึ่งหนึ่ง

อลัน กัง จากบริษัทวิจัยด้านการตลาดรถยนต์แอลเอ็มซี ออโตโมทีฟ สัญชาติอังกฤษ ให้ความเห็นว่า เทสลา พอใจที่ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัทในจีนเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยในช่วงเดือนม.ค.-มิ.ย.เทสลาจำหน่ายรถยนต์ไปประมาณ 21,000 คัน มากกว่าปีที่แล้วกว่า2เท่าตัว โดยบริษัทพบว่าผู้บริโภคชาวจีนให้ความสนใจเทคโนโลยีใหม่ที่บริษัทนำเสนอ

แต่มัสก์ ไม่ได้มุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจเพียงอย่างเดียวในจีน เขายังสร้างสายสัมพันธ์กับหน่วยงาน หรือองค์กรต่างๆในจีน รวมทั้งนักธุรกิจชื่อดังของจีนอย่างแจ็ค หม่า เจ้าของอาลีบาบา ยักษ์ใหญ่ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซด้วย ล่าสุด เขาได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ)ในงาน“World AI Conference” ซึ่งจัดขึ้นที่นครเซี่ยงไฮ้ ในหัวข้อเทคโนโลยีเอไอกับความท้าทายต่อโลกในอนาคตอย่างไร

ไฮไลท์ของงานคือการขึ้นเวทีของแจ๊ค หม่า เจ้าของ อาลีบาบา และมัสก์ ซีอีโอของเทสลา และสเปซเอ็กซ์ ที่มาพูดถึงมุมมองที่มีเทคโนโลยีเอไอว่าจะส่งผลกระทบต่อมนุษย์ในวันข้างหน้ามากน้อยเพียงใด และมนุษย์ต้องปรับตัวรับมือกับเรื่องนี้อย่างไรบ้าง

แจ๊ค หม่า มองว่าเทคโนโลยีเอไอ จะไม่ทำลายมนุษย์ แม้คอมพิวเตอร์จะมีความอัจฉริยะ แต่มนุษย์มีความฉลาดมากกว่า มนุษย์สร้างคอมพิวเตอร์ขึ้นมา ซึ่งในทางกลับกัน เขายังไม่เคยเห็นคอมพิวเตอร์สร้างมนุษย์

“ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทางด้านอีคอมเมิร์ซ แต่เอไอสามารถช่วยให้เข้าใจมนุษย์ได้ดียิ่งขึ้น และผมไม่คิดว่าเป็นการทำลาย” เจ้าพ่อธุรกิจอีคอมเมิร์ซของจีน กล่าว

แจ๊ค หม่า ยังบอกด้วยว่า ต่อไปมนุษย์จะทำงานแค่สัปดาห์ละ 3 วัน คิดเป็น 4 ชั่วโมงต่อวัน เพราะจะมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระ

ด้านมัสก์ มองว่า อัตราความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์นั้นไปเร็วมาก เอไอมีการประมวลผลที่รวดเร็ว ซึ่งจะเข้ามาจัดการกับคนโง่ และมีความเชื่องช้า ไม่ต่างอะไรกับการคุยกับต้นไม้ เมื่อคอมพิวเตอร์มีประสิทธิภาพอยู่เหนือมนุษย์ สิ่งที่เราทำได้คือการอยู่ร่วมกัน และใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด

ขณะที่ยอดขายรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานใหม่ในจีนเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากโตโยต้า มอเตอร์ จำหน่ายรถยนต์ประเภทนี้ได้ 9,000 คันในช่วง6 เดือนแรกของปีนี้ เทียบกับการทำยอดขายไม่ได้สักคันเมื่อปีที่แล้ว ขณะที่ค่ายรถญี่ปุ่น มีแผนเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับตลาดทั่วไปในปีหน้า และขยายไลน์การผลิตเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 10 โมเดลในช่วงต้นทศวรรษหน้า

อย่างไรก็ตาม ขณะที่ค่ายรถต่างชาติในจีนมีเงินทุนมากมายที่จะทุ่มพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าในจีน แต่บรรดาค่ายรถยนต์จีนต่างต้องดิ้นรนต่อสู้ด้วยตัวเองเนื่องจากรัฐบาลไม่ให้เงินอุดหนุนอีกต่อไปแล้ว โดยการให้เงินสนับสนุนจากภาครัฐจะเริ่มยุติลงในปี 2563 แต่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าของค่ายรถจีนต่างปรับตัวขึ้นกันถ้วนหน้า เช่น เอสเอไอซี มอเตอร์ ค่ายรถยนต์อันดับ3ของจีนในตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ มียอดขายช่วงเดือนม.ค.-มิ.ย.เพิ่มขึ้น 7% ขณะที่ค่ายรถยนต์บีเอไอซี กรุ๊ป ซึ่งอยู่อันดับ2 ในตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ มียอดขายเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 15%