ตลาดหุ้นสหรัฐ ปิดตลาดในวันพุธ(24 ก.ค.)ไร้ทิศทาง โดยดัชนีแนสแด็กและดัชนีเอสแอนด์พี500 ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สวนทางกับดัชนีดาวโจนส์ ปรับตัวลง หลังจากโบอิงและแคทเธอร์พิลลาร์ รายงานผลประกอบการย่ำแย่
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวลง 79.22 จุด หรือ 0.29% ปิดที่ 27,269.97 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปรับตัวขึ้น 14.09 จุด หรือ 0.47% ปิดที่ 3,019.56 จุด และดัชนีแนสแด็ก เพิ่มขึ้น 70.10 จุด หรือ 0.85% ปิดที่ 8,321.50 จุด
นักวิเคราะห์ คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางของสหรัฐ (เฟด)จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมปลายเดือนนี้ ท่ามกลางกระแสข่าวว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ เปิดการสอบสวนครั้งใหญ่ว่าบริษัทเทคโนโลยียักษ์ของอเมริกันมีพฤติการณ์ผูกขาด กีดกันการค้าและขัดขวางการสร้างสรรค์นวัตกรรมหรือไม่
แม้ในคำแถลงจะไม่ได้เจาะจงชื่อบริษัทใดๆ แต่ระบุว่า การตรวจสอบอาจพิจารณาข้อกังวลที่มีการร้องเรียนเข้ามาเกี่ยวกับบริการค้นหา โซเชียลมีเดีย และบริการค้าปลีกออนไลน์บางแห่ง ซึ่งพาดพิงถึง บริษัทอัลฟาเบท ที่เป็นบริษัทแม่ของกูเกิล, อเมซอน, เฟซบุ๊ค และอาจรวมถึงบริษัทแอ๊ปเปิ้ล
ขณะที่หุ้นของแคทเธอร์พิลลาร์ ดิ่งลง 4.5% หลังรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ผิดจากที่คาดหมายไว้และส่งสัญญาณว่ารายได้ตลอดทั้งปีอาจอยู่ในระดับต่ำสุดของการคาดการณ์ ส่วนราคาหุ้นโบอิง ร่วงลง 3.1% หลังรายงานผลประกอบการรายไตรมาส ขาดทุน 2,900 ล้านดอลลาร์ มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา พร้อมเผยว่า บริษัทอาจจำเป็นต้องปรับลดกำลังผลิต 737 แม็กซ์ เพิ่มเติมหรือระงับการผลิตชั่วคราว หากว่าปัญหาการห้ามขึ้นบินยังดำเนินต่อไป





