ขณะที่หุ้นเจเนอรัลอิเลคทริค (จีอี)ปรับตัวลดลง 5.79% หลังถูกเจพีมอร์แกนปรับลดราคาเป้าหมายของหุ้น จาก 6 ดอลลาร์ต่อหุ้น เหลือ 5 ดอลลาร์ต่อหุ้น
ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดวันจันทร์ (8เม.ย.)ในแดนลบเนื่องจากนักลงทุนมีความวิตกในเรื่องผลประกอบการ ซึ่งบริษัทต่าง ๆเริ่มทยอยเปิดเผยผลประกอบการในสัปดาห์นี้
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวลง 83.97 จุด หรือ 0.32% ปิดที่ 26,341.02 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี500 เพิ่มขึ้น 3.03 จุด หรือ 0.10% ปิดที่ 2,895.77 จุด และดัชนีแนสแด็ก เพิ่มขึ้น 15.19 จุด หรือ 0.19% ปิดที่ 7,953.88 จุด
นักวิเคราะห์ระบุว่า ผลประกอบการบริษัทที่เริ่มทะยอยเปิดเผยในสัปดาห์นี้อาจซบเซาท่ามกลางกระแสคาดการณ์ว่าบริษัทต่าง ๆ จะมีผลประกอบการหดตัวลง
ส่วนสถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน นายแลร์รี คุดโลว์ ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว เปิดเผยว่า สหรัฐและจีนใกล้จะบรรลุข้อตกลงการค้าแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงจะหารือกันอีกครั้งในสัปดาห์นี้ผ่านการประชุมทางไกล
ขณะที่สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า การเจรจาที่กรุงวอชิงตันมีความคืบหน้า แม้ว่าจะยังมีประเด็นที่ยากลำบากและสำคัญ รอการสรุปอยู่ก็ตาม
ส่วนหุ้นที่เป็นปัจจัยกดดันตลาดนั้นได้แก่หุ้นโบอิ้งซึ่งถูกปรับลดเรทติ้ง และหุ้นเจเนอรัลอิเลคทริคซึ่งถูกปรับลดราคาเป้าหมายของหุ้น
หุ้นโบอิ้ง ปรับตัวลดลงถึง 3.85% หลังถูกแบงก์ ออฟ อเมริกา เมอร์ริล ลินช์ ปรับลดเรทติ้งจาก buy เป็น neutral เพราะคาดการณ์ว่า การผลิตเครื่องบินรุ่น 737 แม็กซ์ ซึ่งเป็นประเด็นไปทั่วโลกนั้น จะล่าช้าออกไปอย่างน้อยครึ่งปี





