ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันพุธ (27มี.ค.)ปรับตัวลงเพราะได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ขณะที่นักลงทุนจับตาทิศทางตลาดพันธบัตร รวมทั้งการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในสัปดาห์นี้
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวลง 32.14 จุดหรือ 0.13% ปิดที่ 25,625.59 จุดดัชนีเอสแอนด์พี 500 ร่วงลง 13.09 จุดหรือ 0.46% ปิดที่ 2,805.37 จุดและดัชนีแนสแด็กปรับตัวลง 48.15 จุดหรือ 0.63 % ปิดที่ 7,643.38 จุด
นักลงทุนวิตกกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯอายุ 10 ปี ที่ดิ่งลงหนักในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งตามปกติแล้วเป็นสัญญาณถึงความอ่อนแอของเศรษฐกิจระยะกลางและระยะยาว และเมื่อวันพุธ พันธบัตรอายุ 10 ปีของรัฐบาลสหรัฐฯ ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2560
ทั้งนี้ นักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลก หลังจากมีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซาในหลายประเทศ โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านร่วงลง 8.7% ในเดือนก.พ. สู่ระดับ 1.162 ล้านยูนิต ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือน ขณะที่สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (เอ็นบีเอส) รายงานว่า ผลกำไรของบริษัทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในภาคอุตสาหกรรมของจีนช่วงเดือนม.ค.-ก.พ. ร่วงลง 14% เมื่อเทียบเป็นรายปี
ส่วนราคาหุ้นเซาท์เวสต์ แอร์ไลน์ ร่วงลงกว่า 2% หลังจากทางสายการบินได้ปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการในไตรมาส 1 และปรับเพิ่มคาดการณ์ต้นทุนการดำเนินงาน โดยระบุถึงผลกระทบของการที่รัฐบาลสหรัฐประกาศระงับการใช้เครื่องบินโบอิ้ง 737 แม็กซ์ 8
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาทิศทางตลาดพันธบัตรอย่างใกล้ชิด หลังจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ได้เกิดภาวะเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐแบบลาดลง หรือ Inverted yield curve เป็นครั้งแรกในรอบกว่าทศวรรษ ซึ่งได้จุดชนวนความกังวลในตลาดการเงินทั่วโลกว่า เศรษฐกิจสหรัฐอาจเข้าสู่ภาวะถดถอย
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในสัปดาห์นี้ โดยคณะผู้แทนการค้าสหรัฐ ซึ่งนำโดยนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ และนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ จะเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งของจีนในวันที่ 28-29 มี.ค.นี้ เพื่อเจรจากับนายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน โดยการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนกำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายแล้ว ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีเป้าหมายที่จะบรรลุข้อตกลงการค้าภายในสิ้นเดือนเม.ย.




