ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันจันทร์ (4มี.ค.)ปรับตัวลงกว่า 200 จุด หลังจากมีรายงานว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างของสหรัฐร่วงลงในเดือนธ.ค. สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดการณ์เพิ่มขึ้น
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวลง 206.67 จุดหรือ 0.79 % ปิดที่ 25,819.65 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ร่วงลง 10.88 จุดหรือ 0.39% ปิดที่ 2,792.81 จุดและดัชนีแนสแด็ก ลบ 17.79จุดหรือ 0.23 % ปิดที่ 7,577.57 จุด
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างร่วงลง 0.6% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนพ.ย.ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างจะเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนธ.ค.
การปรับตัวร่วงลงของการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างได้รับผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ดีดตัวขึ้น วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างที่มีราคาแพง รวมทั้งการขาดแคลนที่ดิน และแรงงาน เมื่อพิจารณาทั้งปี 2561 การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างของสหรัฐเพิ่มขึ้น 4.1% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2554
อย่างไรก็ตาม ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 100 จุดในช่วงเปิดตลาด ขานรับความหวังที่ว่า สหรัฐและจีนใกล้บรรลุข้อตกลงทางการค้า หลังจากที่หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า สหรัฐ อาจยกเลิกมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าต่อสินค้าเกือบทุกรายการที่ได้บังคับใช้กับจีนตั้งแต่ปีที่แล้ว และคาดว่าผู้นำของทั้งสองประเทศอาจจะบรรลุข้อตกลงการค้าอย่างสมบูรณ์ในการประชุมวันที่ 27 มี.ค.นี้
วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า สหรัฐและจีนอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการทำข้อตกลงการค้า โดยจีนเสนอที่จะปรับลดภาษีนำเข้า และผ่อนคลายกฎระเบียบด้านการนำเข้าสินค้าเกษตร เคมีภัณฑ์ รถยนต์ และสินค้าอื่นๆจากสหรัฐ





