พร้อมได้แรงหนุนจากราคาหุ้นหลายบริษัทปรับตัวขึ้นหลังเผยผลประกอบการรายไตรมาสดีกว่าคาด
ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันอังคาร (5ก.พ.)ตามเวลาสหรัฐ ในแดนบวก อานิสงส์จากการรายงานผลประกอบการที่สดใสเกินคาดของบริษัทส่วนใหญ่ และนักลงทุนจับตาการแถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในเวลา 09.00 น.ของวันนี้ตามเวลาไทย
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวขึ้น 172.15 จุดหรือ 0.68% ปิดที่ 25,411.52 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 12.83 จุดหรือ 0.47% ปิดที่ 2,737.7 จุดและดัชนีแนสแด็ก บวก 54.55 จุดหรือ 0.74 % ปิดที่ 7,402.08 จุด
ทั้งนี้ นักลงทุนจับตาปธน.ทรัมป์ ซึ่งมีกำหนดแถลงนโยบายประจำปีต่อสภาคองเกรสสหรัฐในเวลา 21.00 น.ของวันอังคาร ตามเวลาสหรัฐ ซึ่งตรงกับช่วงเช้าวันพุธเวลา 09.00 น.ตามเวลาไทย ตามคำเชิญของนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ
เจ้าหน้าที่สหรัฐเปิดเผยว่า ในการแถลงนโยบายประจำปีครั้งนี้ ปธน.ทรัมป์จะกล่าวถึงความสำเร็จและผลงานของรัฐบาลในปีที่แล้ว พร้อมกับจะกล่าวถึงสิ่งที่เขาจะดำเนินการต่อไปในอีก 2 ปีที่เหลือของการดำรงตำแหน่งของเขา โดยจะมีการกล่าวเน้นหนักในเสาหลัก 5 ประการ คือ วิสัยทัศน์ของการมีระบบการตรวจคนเข้าเมืองที่ปลอดภัยและถูกกฎหมาย, การปกป้องแรงงานสหรัฐที่ได้รับผลกระทบจากการทำข้อตกลงการค้าที่ไม่เป็นธรรม, การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน, การปรับลดราคายา และต้นทุนการรักษาสุขภาพ รวมทั้งการใช้ความพยายามในด้านการทูตและการทหารในการปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐ
ขณะที่หุ้นกลุ่มสินค้าแบรนด์เนมหรูหรา พร้อมใจกันปิดตลาดปรับตัวขึ้น รวมถึง หุ้นของบริษัทเอสเต้ ลอเดอร์ ที่ปรับตัวขึ้น 11.6% หลังจากบริษัทรายงานผลประกอบการรายไตรมาส อานิสงส์จากรายได้ในตลาดจีนขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง สูงกว่าที่คาดการณ์ เช่นเดียวกับราคาหุ้นบริษัทราล์ฟ ลอเรน คอร์ป ที่ปรับตัวขึ้น 8.4% หลังบริษัทรายงานผลประกอบการและรายได้ดีกว่าคาด
ส่วนหุ้นอัลฟาเบท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล พลิกกลับมาปิดตลาดในแดนบวก โดยเพิ่มขึ้น 0.9% หลังจากร่วงลงกว่า 2% หลังจากบริษัทเปิดเผยว่า มีต้นทุนและค่าใช้จ่ายในไตรมาส 4/2561 ที่ระดับ 3.107 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 26% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนการใช้จ่ายด้านทุนอยู่ที่ระดับ 7.08 พันล้านดอลลาร์ พุ่งขึ้น 64% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว




