ขณะที่ผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ไอเอสเอ็ม) ระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐร่วงลงสู่ระดับ 54.1 ในเดือนธ.ค. โดยต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 57.9 หลังจากแตะระดับ 59.3 ในเดือนพ.ย.
ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันพฤหัสบดี (3ม.ค.)ปรับตัวร่วงลงกว่า 600 จุด เพราะผลพวงจากการที่นักลงทุนกังวลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก หลังจากที่บริษัทแอ๊ปเปิ้ล อิงค์ ประกาศปรับลดคาดการณ์รายได้ เนื่องจากยอดขายไอโฟนชะลอตัวลงในจีน นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากการเปิดเผยภาคการผลิตของสหรัฐที่ซบเซาในเดือนธ.ค.
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ร่วงลง 660.02 จุดหรือ 2.83% ปิดที่ 22,686.22 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี500 ร่วงลง 62.14 จุดหรือ 2.48% ปิดที่ 2,447.89 จุด และดัชนีแนสแด็กลบ 202.43 จุดหรือ 3.04 % ปิดที่ 6,463.50 จุด
ทั้งนี้ ราคาหุ้นแอ๊ปเปิ้ล อิงค์ ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักทรัพย์จำนวน 30 หลักทรัพย์ ที่ใช้คำนวณดัชนีดาวโจนส์ ร่วงลงเกือบ 9% ในการซื้อขายวันนี้ ขณะที่บริษัทโกลด์แมน แซคส์ ออกรายงานเตือนว่า บริษัทแอ๊ปเปิ้ล มีแนวโน้มที่จะประกาศปรับลดคาดการณ์รายได้ของทั้งปีงบการเงิน 2562 หลังจากที่บริษัทเพิ่งประกาศปรับลดคาดการณ์รายได้ประจำไตรมาสแรกของปีงบการเงิน 2562 ของบริษัทซึ่งสิ้นสุดวันที่ 29 ธ.ค.ที่ผ่านมา
บริษัทแอ๊ปเปิ้ล อิงค์ ประกาศปรับลดคาดการณ์รายได้ประจำไตรมาสแรกของปีงบการเงิน 2019 จากเดิมที่คาดไว้ในช่วง 8.9-9.3 หมื่นล้านดอลลาร์ ลดลงเหลือ 8.4 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยตัวเลขดังกล่าวอยู่ในระดับต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าแอปเปิลจะมีรายได้อยู่ที่ 9.15 หมื่นล้านดอลลาร์
แอ๊ปเปิ้ล ระบุว่า การปรับลดคาดการณ์รายได้ดังกล่าวเป็นผลจากยอดขายไอโฟนที่ชะลอตัวลงในจีน นอกจากนี้ บริษัทยังระบุว่า อุปสงค์ของลูกค้าในประเทศอื่นไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่บริษัทคาดการณ์ไว้
ด้านไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยวานนี้ว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (พีเอ็มไอ) สำหรับภาคการผลิตของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 53.8 ในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.ปีที่แล้ว จากระดับ 55.3 ในเดือนพ.ย.





