วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นับถอยหลังเบร็กซิท-เสี่ยงสูง“จากไป”แบบไร้ข้อตกลง

วิกฤตการณ์ที่นางเมย์กำลังเผชิญอยู่ ทำให้มีความเป็นไปได้ที่อังกฤษอาจเปลี่ยนใจหันกลับมาอยู่กับอียูต่อไป

เริ่มนับถอยหลังไม่ถึง 100 วัน ก่อนที่อังกฤษจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิท) อย่างเป็นทางการในเวลา 23.00 น.ของวันที่ 29 มี.ค.ปี 2562 ตามเวลาอังกฤษ หรือเวลา 06.00 น.ของวันที่ 30 มี.ค.2562 ตามเวลาประเทศไทย แต่ถึงแม้จะเหลือเวลาไม่ถึง 100 วัน กระบวนการเบร็กซิท ยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ชาวอังกฤษยังไม่รู้ว่าเมื่อถึงวันดังกล่าว อังกฤษจะแยกตัวจากสหภาพยุโรป (อียู) อย่างราบรื่น โดยมีการทำข้อตกลงอย่างเรียบร้อยหรือไม่ หรือเป็นการหย่าขาดจากอียู โดยไม่มีการทำข้อตกลงกัน

คนที่ปวดหัวที่สุดจากเรื่องนี้ คือนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เนื่องจากชาวอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายสนับสนุน หรือคัดค้านเบร็กซิท ต่างแสดงออกชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับข้อตกลง เบร็กซิทที่นางเมย์ทำไว้กับผู้นำอียู และเมื่อนางเมย์ไปพบผู้นำอียู เพื่อเปลี่ยนแปลงเนื้อหาในข้อตกลง ผู้นำเหล่านี้ก็ไม่เปิดโอกาสให้มีการแก้ไขข้อตกลง

ในการลงประชามติเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2559 ฝ่ายที่สนับสนุนเบร็กซิทชนะไปด้วยคะแนน 52% ต่อ 48% แต่หลังจากนั้น ฝ่ายที่คัดค้านเบร็กซิท พยายามหาทางเพื่อให้มีการลงประชามติครั้งใหม่ ถึงแม้นางเมย์ยืนกรานหลายครั้งว่าจะไม่มีการลงประชามติใหม่ก็ตาม 

นักวิเคราะห์ในแวดวงการเมืองให้ความเห็นว่า โอกาสที่อังกฤษจะลงประชามติครั้งใหม่ยังคงมีอยู่ หากเกิดปัจจัยต่างๆเช่น 1.รัฐสภาอังกฤษคว่ำข้อตกลงเบร็กซิท 2.เกิดวิกฤตการณ์ทางการเมืองในอังกฤษ เพราะหากรัฐสภาอังกฤษไม่ให้การรับรองข้อตกลงเบร็กซิท จะทำให้อังกฤษเผชิญวิกฤตการณ์ทางการเมือง โดยอาจส่งผลให้นางเมย์พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษ และอาจต้องมีการยุบสภาสามัญชนเพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่ 3.รัฐสภาออกออกฎหมายสนับสนุนการจัดการลงประชามติครั้งใหม่ 4.อังกฤษประกาศยกเลิกกระบวนการเบร็กซิทแต่เพียงฝ่ายเดียว

 อย่างไรก็ตาม หากมีการทำประชามติครั้งใหม่ ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจะมีการใช้หัวข้ออะไร ถึงแม้จะมีหลายฝ่ายออกมาสนับสนุนให้มีการทำประชามติครั้งใหม่ เพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้น แต่ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการทำประชามติรอบใหม่กล่าวว่า การทำเช่นนี้จะไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหา เนื่องจากหากผลการลงประชามติคร้งที่ 2 ปรากฎว่า ฝ่ายที่สนับสนุนให้อังกฤษรวมตัวกับอียูได้รับชัยชนะ จะทำให้ฝ่ายที่สนับสนุนเบร็กซิทออกมาเรียกร้องให้มีการทำประชามติรอบที่ 3 โดยหวังให้ฝ่ายตนเองกลับมามีชัยชนะ ซึ่งก็จะทำให้มีการลงประชามติไม่จบไม่สิ้น