สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส ปิดตลาดวันจันทร์ (17ธ.ค.)ปรับตัวร่วงลง 2.6% ขณะที่นักลงทุนยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะน้ำมันล้นตลาด และอุปสงค์น้ำมัน ท่ามกลางการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกที่ซบเซา
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนม.ค. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์ ร่วงลง 1.32 ดอลลาร์ หรือ 2.6% ปิดตลาดที่ราคา 49.88 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ร่วงลง 67 เซนต์ หรือ 1.1% ปิดตลาดที่ราคา 59.61 ดอลลาร์/บาร์เรล
อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกราคาน้ำมันดีดตัวขึ้น จากการที่รัฐมนตรีพลังงานของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กล่าวว่า ตลาดน้ำมันกำลังปรับตัวเข้าสู่ภาวะสมดุล และเขาคาดว่า ประเทศผู้ผลิตน้ำมันจะให้ความร่วมมือปรับลดกำลังการผลิตตามที่ได้ตกลงกันไว้ที่กรุงเวียนนาในต้นเดือนนี้
ในการประชุมเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ที่ผ่านมา สมาชิก 15 ชาติของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) บรรลุข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน 800,000 บาร์เรล/วัน ขณะที่ผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มโอเปคจะปรับลดกำลังการผลิต 400,000 บาร์เรล/วัน ซึ่งจะทำให้มีการปรับลดกำลังการผลิตรวม 1.2 ล้านบาร์เรล/วัน โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนม.ค.ปีหน้า
แต่นายเอ็ดเวิร์ด เบลล์ นักวิเคราะห์จากธนาคารเอมิเรตส์ เอ็นบีดี กล่าวว่า ระดับการปรับลดกำลังการผลิต 1.2 ล้านบาร์เรล/วันยังคงไม่เพียงพอที่จะทำให้ตลาดอยู่ในภาวะขาดแคลนน้ำมัน พร้อมทั้งคาดการณ์ว่า ตลาดจะยังคงเผชิญภาวะน้ำมันล้นตลาดราว 1.2 ล้านบาร์เรล/วันในไตรมาสแรกของปีหน้า จากการที่มีปริมาณน้ำมันใหม่ๆระบายเข้าสู่ตลาด
ด้านสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (อีไอเอ) เปิดเผยว่า สหรัฐ มีการผลิตน้ำมัน 11.7 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ขณะที่ทางการจีน เปิดเผยตัวเลขผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และยอดค้าปลีกที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ท่ามกลางการทำสงครามการค้ากับสหรัฐ และทำให้เกิดความวิตกเกี่ยวกับผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมัน





