ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส เรียกประชุมด้านความมั่นคงฉุกเฉิน เมื่อวันอาทิตย์(2ธ.ค.)หลังการชุมนุมประท้วงขึ้นภาษีน้ำมันปลายกลายเป็นเหตุจลาจลต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3
นอกจากนี้ ประธานาธิบดีมาครง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคง และนายคริสตอฟ คาสตาเนอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางไปฌองเซลีเซ ซึ่งเป็นถนนสายหลักตั้งอยู่ใจกลางกรุงปารีส และกลายเป็นสถานที่ชุมนุมต้านรัฐบาลตั้งแต่วันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ รัฐบาลมาครงต้องการปรับเพิ่มภาษีน้ำมัน เพื่อผลักดันให้ประชาชนหันมาใช้พลังงานสะอาด หรือพลังงานหมุนเวียน แทนการใช้ฟอสซิล แต่เชื้อเพลิงดังกล่าวยังคงเป็นพลังงานที่ชาวฝรั่งเศสส่วนใหญ่เลือกใช้ ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพว่าจะสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม การชุมนุมประท้วงของกลุ่มผู้ใช้รถที่พร้อมใจกันสวมเสื้อกั๊กสีเหลืองสะท้อนแสง เมื่อวันเสาร์(1ธ.ค.)รุนแรงที่สุดเพราะมีการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมกับตำรวจปราบจลาจล เนื่องจากผู้ชุมนุมเผาทำลายทรัพย์สินสาธารณะหลายแห่ง และพ่นสีสเปรย์ด้วยถ้อยคำหยาบคายที่ประตูชัย ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 100 คน และผู้ชุมนุมถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวไปจำนวนกว่า 400 คน





