ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันพุธ (21พ.ย.)ทะยานขึ้นกว่า 200 จุด ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีฟื้นตัวขึ้น หลังจากทรุดตัวลงอย่างหนักในช่วงก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น ยังเป็นแรงหนุนหุ้นกลุ่มพลังงานให้ปิดตลาดในแดนบวก
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 204.15 จุด ปิดที่ 24,464.69 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี500 เพิ่มขึ้น 8.04 จุดหรือ 0.30% ปิดที่ 2,649.93 จุดและดัชนีแนสแด็ก บวก 63.43 จุดหรือ 0.92% ปิดที่ 6,972.25 จุด
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทจะปิดทำการวันนี้ (22พ.ย.) เนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า
อย่างไรก็ตาม ช่วงปิดตลาดเมื่อวานนี้ (20พ.ย.) หุ้นกลุ่มเอฟเอเอเอ็นจี คือเฟซบุ๊ค แอ๊ปเปิ้ล อเมซอน เน็ตฟลิกซ์ และอัลฟาเบท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล ทรุดตัวลงมากกว่า 20% เมื่อเทียบกับระดับสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ ส่งผลให้ราคาหุ้นอยู่ในภาวะหมี ซึ่งการดิ่งลงของหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีฉุดให้ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลง 3% ในสัปดาห์นี้แต่หุ้นในกลุ่มนี้ต่างปรับตัวขึ้นในวันนี้
ขณะที่กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 3,000 ราย สู่ระดับ 224,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนมิ.ย. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 215,000 ราย
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ยังเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ร่วงลง 4.4% ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.ปีที่แล้ว หลังจากลดลง 0.1% ในเดือนก.ย. ส่วนยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนดิ่งลงในเดือนต.ค. โดยได้รับผลกระทบจากการทรุดตัวของคำสั่งซื้อเครื่องบิน





