ขณะที่ตลาดจับตาความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากที่นายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐจะไม่เปลี่ยนแปลงมาตรการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าวงเงิน 2.5 แสนล้านดอลลาร์จากจีน นอกจากว่าจีน จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการทำการค้ากับสหรัฐ
ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันจันทร์ (19พ.ย.)ตามเวลาสหรัฐ ยังคงร่วงลงต่อเนื่อง ล่าสุดทรุดตัวลงเกือบ 400 จุด เพราะถูกกดดันจากการปรับตัวลงของหุ้นแอ๊ปเปิ้ล อิงค์ และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
นอกจากนี้ การดิ่งลงเกือบ 1% ของราคาน้ำมัน ยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ฉุดตลาดปรับตัวร่วงลงในวันนี้
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ร่วงลง 395.78 จุดหรือ 1.56% ปิดที่ 25,017.44 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ร่วงลง 45.54 จุดหรือ 1.66 % ปิดที่ 2,690.73 จุด และดัชนีแนสแด็กร่วงลง 219.40 จุดหรือ 3.03% ปิดที่ 7,028.48 จุด
ทั้งนี้ ราคาหุ้นเฟซบุ๊คดิ่งลง 5.4% ในวันนี้ ขณะที่หุ้นอเมซอนร่วงลง 4.2% ส่วนราคาหุ้นแอ๊ปเปิ้ล อิงค์ ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักทรัพย์จำนวน 30 หลักทรัพย์ ที่ใช้คำนวณดัชนีดาวโจนส์ ร่วงลงเกือบ 4% ในการซื้อขายวันนี้ หลังจากที่หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า แอ๊ปเปิ้ลประกาศลดคำสั่งผลิตไอโฟนใหม่ทั้ง 3 รุ่น ที่เพิ่งมีการเปิดตัวเมื่อเดือนก.ย.
ไอโฟน ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับลดคำสั่งผลิตดังกล่าว ได้แก่ไอโฟนเอ็กซ์อาร์ ไอโฟนเอ็กซ์เอส และไอโฟนเอ็กซ์เอส แม็กซ์
วอลล์สตรีท เจอร์นัล ระบุว่า อุปสงค์ที่ต่ำกว่าคาดของไอโฟนรุ่นใหม่ และการที่แอ๊ปเปิ้ลตัดสินใจเสนอขายไอโฟนที่มีจำนวนรุ่นมากขึ้น สร้างความยากลำบากในการประเมินจำนวนชิ้นส่วน และจำนวนเครื่องไอโฟนที่บริษัทต้องการ
ที่ผ่านมา แอ๊ปเปิ้ลสร้างความตื่นตระหนกต่อนักลงทุนมาแล้วครั้งหนึ่งด้วยการประกาศปรับลดตัวเลขคาดการณ์ยอดขายไอโฟน สำหรับช่วงเทศกาลคริสต์มาส ส่งผลให้ซัพพลายเออร์บางรายออกคำเตือนเกี่ยวกับยอดขายไอโฟนที่ปรับตัวร่วงลง
นอกจากนี้ ราคาหุ้นกลุ่มบริษัทเทคโนโลยียังถูกกดดันในวันนี้ หลังจากหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทม์ส รายงานว่า ทางการจีนกำลังตรวจสอบบริษัทซัมซุง, เอสเค ไฮนิกซ์ และไมครอน เทคโนโลยี ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในการผลิตเมมโมรี ชิป ในข้อหาทุ่มตลาด





