ท่ามกลางความกังวลจากหลายปัจจัยทั่้งสหรัฐคว่ำบาตรอิหร่าน สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่นักลงทุนกลัวว่าจะส่งผลกระทบต่อภาวะการเติบโตของเศรษฐกิจโลก
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวร่วงลง 10.8% ในเดือนต.ค.ส่งผลให้เดือนนี้ เป็นเดือนที่ราคาน้ำมันปรับตัวย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. ปี 2559
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนพ.ย. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์ ปิดตลาดวันพุธ (31ต.ค.)ตามเวลาสหรัฐ ปรับตัวลง 86 เซนต์ หรือ 1.3% ปิดที่ราคา 65.31 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ร่วงลง 44 เซนต์ ปิดที่ราคา 75.47 ดอลลาร์/บาร์เรล ปิดเดือนต.ค.ด้วยราคาที่ร่วงลงเกือบ 9%
ด้านสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (อีไอเอ) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้น 3.2 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 4.1 ล้านบาร์เรล
ส่วนสต็อกน้ำมันดิบที่เมืองคุชชิ่ง รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบน้ำมัน เพิ่มขึ้น 1.9 ล้านบาร์เรล
นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาภาวะน้ำมันตึงตัวที่อาจเกิดจากการที่สหรัฐคว่ำบาตรอิหร่าน โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เตรียมคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านในวันที่ 4 พ.ย.โดยสหรัฐ เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ระงับการซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่านโดยสิ้นเชิงภายในวันที่ 4 พ.ย. มิฉะนั้นจะถูกสหรัฐทำการคว่ำบาตร ซึ่งวันที่ 4 พ.ย.ถือเป็นวันครบกำหนด 180 วันนับจากวันที่ปธน.ทรัมป์ประกาศถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านในเดือนพ.ค. และจะทำให้ผู้นำสหรัฐสามารถออกคำสั่งคว่ำบาตรอิหร่านครั้งใหม่





