นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ามาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน จะส่งผลให้ปริมาณน้ำมันในตลาดลดลงราว 500,000-2,000,000 บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส ปิดตลาดวันพุธ (24ต.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวขึ้น 39% หลังสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (อีไอเอ) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันเบนซินของสหรัฐลดลง 4.8 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว แม้ว่าสต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 6.3 ล้านบาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนพ.ย. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 39 เซนต์ ปิดที่ 66.82 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนธันวาคม ลดลง 27 เซนต์ ปิดที่ 76.17 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ด้านสถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (เอพีไอ) เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้น 9.9 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว โดยมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ซึ่งราคาน้ำมันดีดตัวขึ้น หลังดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือนวานนี้
ขณะเดียวกัน ตลาดยังได้ปัจจัยหนุนจากการคาดการณ์ภาวะน้ำมันตึงตัวจากการที่สหรัฐคว่ำบาตรอิหร่าน โดยแหล่งข่าวเปิดเผยว่า การส่งออกน้ำมันจากอิหร่านลดลงใกล้ระดับ 1.5 ล้านบาร์เรล/วันในช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือนนี้ โดยลดลงจากระดับ 2.5 ล้านบาร์เรลในเดือนเม.ย. ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เตรียมคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านในวันที่ 4 พ.ย.
แหล่งข่าวระบุว่า โรงกลั่นน้ำมันของจีน 2 แห่งไม่มีแผนที่จะสั่งซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่านในเดือนหน้า
ทั้งนี้ สหรัฐเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ระงับการซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่านโดยสิ้นเชิงภายในวันที่ 4 พ.ย. มิฉะนั้นจะถูกสหรัฐทำการคว่ำบาตร ซึ่งวันที่ 4 พ.ย.ถือเป็นวันครบกำหนด 180 วันนับจากวันที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านในเดือนพ.ค. และจะทำให้ปธน.ทรัมป์สามารถออกคำสั่งคว่ำบาตรอิหร่านครั้งใหม่





