ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดตลาดวันศุกร์ (27ก.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวลดลง ผลพวงจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่พร้อมใจปรับตัวร่วงลง แม้ทางการจะเปิดเผยรายงานผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)ของสหรัฐที่ทำสถิติสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี
ดัชนีดาวโจนส์ ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ปรับตัวลง 76.01 จุดหรือ 0.3% ปิดที่ 25,451.06 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ร่วงลง 18.62 จุดหรือ 0.66% ปิดที่ 2,818.82 จุด และดัชนีแนสแด็ก ลบ 114.77 จุด หรือ 1.46% ปิดที่ 7,737.42 จุด
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาสสองของปีนี้ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งทำสถิติสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี และยังสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ซึ่งตัวเลขที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นนี้ เป็นผลจากการที่รัฐบาลมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ผู้บริโภคจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น ขณะที่เกษตรกรสหรัฐเร่งส่งออกผลผลิตถั่วเหลืองไปยังจีน ก่อนที่ผลผลิตของตนจะถูกรัฐบาลจีนเก็บภาษีนำเข้า ซึ่งมาตรการดังกล่าวมีผลเมื่อช่วงต้นเดือนก.ค.ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้ปรับขึ้นตัวเลขจีดีพีของไตรมาสแรก จากเดิมที่ขยายตัว 2.0% เป็นขยายตัว 2.2%





