วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หุ้นเฟซบุ๊คทรุดกว่า 18%หลังบ.หั่นคาดการณ์รายได้

หุ้นเฟซบุ๊ค ซื้อขายที่ตลาดสหรัฐ วันพฤหัสบดี (26ก.ค.)ตามเวลาสหรัฐ ปรัยตัวร่วงลงกว่า 18% ส่งผลให้ดัชนีแนสแด็ก ปรับตัวลงในช่วงแรกของการซื้อขาย โดยมีสาเหตุมาจากการที่เฟซบุ๊คปรับลดคาดการณ์ธุรกิจตลอดทั้งปี-คาดการณ์รายได้ต่ำกว่าคาดการณ์

นายเดวิด เวห์เนอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริการฝ่ายการเงินของเฟซบุ๊ค คาดการณ์แนวโน้มของธุรกิจบริษัทในช่วงครึ่งปีหลังที่ไม่สดใสนัก พร้อมระบุว่า อัตราการขยายตัวของรายได้ทั้งหมดจะยังคงถดถอยลงในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ พร้อมคาดว่า อัตราการขยายตัวของรายได้จะลดลงทั้งในไตรมาส 3 และ 4  ส่วนค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นจาก 50% เป็น 60% จากระดับของปีที่แล้ว

หลังจากที่บริษัทต้องเผชิญกับสถานการณ์เรื่องข่าวปลอมและความกังวลเกี่ยวกับเรื่องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานเมื่อปีที่แล้ว ส่งผลให้เกิดความกังวลเป็นวงกว้างเกี่ยวกับกฎเกณฑ์การควบคุมเรื่องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานในปัจจุบัน

ด้านนายมาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ค มีฐานะทางการเงินลดลงทันที จากที่ถือครองหุ้นเฟซบุ๊คมูลค่า 85,000ล้านดอลลาร์ ขณะนี้เหลือ 65,000ล้านดอลลาร์ หายไป 20,000 ล้านดอลลาร์ขณะที่การร่วงลงของหุ้นเฟซบุ๊คเกิดได้หลากหลายสาเหตุ นักวิเคราะห์บางคนให้ความเห็นว่าเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากหุ้นของบริษัทนี้ทะยานอย่างต่อเนื่องอยู่แล้วช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา การร่วงลงมาปรับฐานหลังจากเหตุการณ์แง่ลบถือเป็นเรื่องปกติ

แต่นักวิเคราะห์บางกลุ่มมองว่าการที่เฟซบุ๊ค ประกาศแบนโฆษณาที่มีความเกี่ยวข้องกับคริปโตเคอเรนซี เช่น โฆษณาไอซีโอ อาจทำให้รายได้จากการโฆษณาของบริษัทลดลง  โดยปกติแล้ว รายได้ของเฟซบุ๊คจะมาจากโฆษณา โดยการเปิดให้เพจต่าง ๆ สามารถทำการโฆษณาได้อย่างอิสระ ซึ่งการระงับโฆษณาชนิดใดชนิดหนึ่ง ย่อมส่งผลต่อรายได้ ผนวกกับกระแสของคริปโตเคอเรนซีที่กำลังมาแรง เม็ดเงินจากบริษัทและบุคคลต่าง ๆ ทั่วโลกเริ่มไหลไปอยู่ที่อุตสาหกรรมคริปโต และการที่โครงการเหล่านั้นไม่สามารถทำการโฆษณาได้ อาจเป็นสาเหตุทำให้ยอดขายของพวกเขาลดลง