วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แรงเทขายฉุดราคาน้ำมันดิบร่วง

ขณะนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์อยู่ที่ราคาประมาณ 73 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากที่เคยทะยานแตะระดับ 147 ดอลลาร์/บาร์เรลในปี 2551

สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสตท์เท็กซัส ปิดตลาดวันจันทร์(23ก.ค.)ตามเวลาสหรัฐ ปรับตัวลงจากแรงขายทำกำไร หลังจากดีดตัวขึ้นก่อนหน้านี้จากปัจจัยความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่าน และการที่คนงานน้ำมันที่แท่นขุดเจาะในทะเลเหนือของอังกฤษเริ่มการผละงานเป็นเวลา 24 ชั่วโมง

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนส.ค. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์  ลดลง 37 เซนต์ ปิดที่ 67.89 ดอลลาร์/บาร์เรล  ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวลง 6 เซนต์ ปิดตลาดที่ 73.01 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ด้านผู้เชี่ยวชาญ ระบุว่า การทำสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านจะส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ โดยอาจดีดตัวแตะระดับ 200 ดอลลาร์/บาร์เรล

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทวีตข้อความเตือนนายฮัสซัน รูฮานี ประธานาธิบดีอิหร่าน ว่า อย่าข่มขู่สหรัฐอีก มิฉะนั้นจะต้องเผชิญกับความเจ็บปวดกับผลของการกระทำที่รุนแรงในระดับที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์”

ปธน.ทรัมป์ทวีตข้อความดังกล่าว หลังจากที่นายรูฮานีกล่าวว่า อิหร่านใช้อำนาจอย่างยับยั้งชั่งใจ และอิหร่านจะไม่ต่อสู้หรือทำสงครามกับผู้ใด แต่ศัตรูจะต้องเข้าใจว่าการทำสงครามกับอิหร่านจะเป็นการทำสงครามที่สร้างความเสียหายมากกว่าสงครามที่เคยเกิดขึ้น

ด้านนายจอห์น คิลดัฟฟ์ ผู้ก่อตั้งกองทุนเฮดจ์ฟันด์ อเกน แคปิตัล กล่าวว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์กำลังใกล้แตะระดับ 90 ดอลลาร์/บาร์เรล เนื่องจากรัฐบาลสหรัฐไม่มีแนวโน้มที่จะให้การผ่อนปรนสำหรับประเทศจำนวนมากนักจากมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐระบุว่าบางประเทศจะได้รับการผ่อนปรนเป็นรายกรณีให้สามารถนำเข้าน้ำมันอิหร่าน หากสหรัฐตัดสินใจคว่ำบาตรอิหร่าน และหากอิหร่าน ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้น หากเกิดสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ราคาจะพุ่งแตะ 150 ดอลลาร์ หรือ 200 ดอลลาร์ เนื่องจากตลาดโลกจะเกิดภาวะขาดแคลนน้ำมัน