สัญญาน้ำมันดิบตลาดสหรัฐ ปิดตลาดวันจันทร์ (2ก.ค.)ตามเวลาสหรัฐ ปรับตัวร่วงลง 21 เซนต์ เหตุถูกกดดันจากการผลิตน้ำมันที่เพิ่มขึ้นของซาอุดิอาระเบียและรัสเซีย
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนส.ค. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ ปรับตัวลง 21 เซนต์ ปิดตลาดที่ราคา 73.94 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน่้ำมันดิบเบรนท์ ร่วงลง 1.93 ดอลลาร์ หรือ 2.4% ปิดตลาดที่ราคา 77.30 ดอลลาร์/บาร์เรล
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ระบุว่า สมเด็จพระราชาธิบดี ซัลมาน บิน อับดุลอาซิส อัล ซาอุด แห่งซาอุดิอาระเบีย ทรงเห็นชอบในการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันเป็น 2 ล้านบาร์เรล/วัน เพื่อชดเชยการผลิตน้ำมันที่ลดลงจากอิหร่านและเวเนซุเอลา
ผลการสำรวจพบว่า การผลิตน้ำมันของซาอุดิอาระเบียเพิ่มขึ้น 700,000 บาร์เรล/วัน เมื่อเทียบกับเดือนพ.ค. และใกล้กับระดับ 10.72 ล้านบาร์เรล/วันที่ทำไว้ในเดือนพ.ย.2559 ส่วนการผลิตน้ำมันของรัสเซียเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 11.06 ล้านบาร์เรล/วันในเดือนมิ.ย. นอกจากนี้ การผลิตน้ำมันของสหรัฐเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 10.9 ล้านบาร์เรล/วัน ส่งผลให้การผลิตน้ำมันของซาอุดิอาระเบีย รัสเซีย และสหรัฐอยู่ที่ระดับเกือบ 11 ล้านบาร์เรล/วันต่อหนึ่งประเทศ และสามารถรองรับความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกราว 1 ใน 3
นอกจากนี้ ปัจจัยกดดันราคาน้ำมันยังได้แก่ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้า ซึ่งรวมถึงสหภาพยุโรป จีน อินเดีย และแคนาดา ซึ่งส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของเอเชีย





