ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันจันทร์ (2 ก.ค.)ตามเวลาสหรัฐ ปรับตัวขึ้น เพราะได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี รวมทั้งหุ้นแอ๊ปเปิ้ลที่ปิดทะยาน ช่วยชดเชยความวิตกเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้า
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวขึ้น 0.15 % ปิดตลาดที่ 24,307.18 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 0.31% ปิดที่ 2,726.71 จุด และดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 0.76% ปิดที่ 7,567.69 จุด
ทั้งนี้ หุ้นไมโครซอฟต์ อิงค์ เฟซบุ๊ค อิงค์ และแอ๊ปเปิ้ล อิงค์ ปรับตัวขึ้น 1% หรือมากกว่านั้น หนุนให้ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดตลาดในแดนบวกตาม ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ของบรรดานักลงทุนที่มั่นใจว่าผลประกอบการบริษัทเทคโนโลยีในซิลิคอนวัลเลย์จะแข็งแกร่ง ขณะที่ใกล้ถึงช่วงรายงานผลประกอบการรายไตรมาส
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเปิดการซื้อขาย ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงไปกว่า 100 จุด ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้า โดยหุ้นกลุ่มพลังงานดิ่งลงนำตลาด ขณะที่หุ้นโบอิ้งร่วงลงมากที่สุดในการซื้อขายช่วงแรก
หุ้นโบอิ้ง แคทเธอร์พิลลาร์ และเจเนอรัล มอเตอร์ (จีเอ็ม)ต่างปรับตัวลงมากกว่า 1% เนื่องจากบริษัทเหล่านี้ มีการทำธุรกิจในต่างประเทศจำนวนมาก ทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการค้า
ขณะที่หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ รายงานว่า สหภาพยุโรป (อียู) ขู่ที่จะเรียกเก็บภาษีต่อสินค้าสหรัฐวงเงินมากถึง 3 แสนล้านดอลลาร์ หากสหรัฐเดินหน้าจัดเก็บภาษีต่อรถยนต์ของยุโรป





