ท่าทีของอิหร่าน มีขึ้นหลังจากสำนักงานพลังงานปรมาณูสากล (ไอเออีเอ) ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เปิดเผยว่า ขณะนี้ไม่พบหลักฐานใดๆที่บ่งชี้ว่าอิหร่านได้ทำการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์หลังปี 2552
นายอาลี อัคบาร์ เวลายาตี ที่ปรึกษานโยบายต่างประเทศของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านอาจจะถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 หากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจว่าสหรัฐจะถอนตัวจากข้อตกลงตามที่ได้ขู่ไว้
ก่อนหน้านี้ นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เปิดเผยเอกสารจำนวนมากที่เขาอ้างว่าได้รับจากอิหร่าน และพิสูจน์ว่าอิหร่านกำลังดำเนินการโครงการลับเพื่อสร้างอาวุธนิวเคลียร์
ที่ผ่านมานั้นอิหร่านมักยืนยันว่าโครงการนิวเคลียร์ของตนเป็นโครงการนิวเคลียร์เพื่อสันติ แต่นายเนทันยาฮูได้เปิดเผยเอกสารจำนวนหลายพันหน้า ซึ่งเขาระบุว่าได้ถูกคัดลอกสำเนามาจากสถานที่แห่งหนึ่งในอิหร่าน และมีรายละเอียดเกี่ยวกับการสร้างอาวุธนิวเคลียร์
นายเนทันยาฮู กล่าวว่า เอกสารดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงหลักฐานใหม่ที่ทำให้ได้ข้อสรุปว่าอิหร่านมีโครงการลับในการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ โดยได้ปิดบังไว้เป็นเวลาหลายปี
ทั้งนี้ หลายฝ่ายต่างก็จับตาท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐซึ่งมีเวลาจนถึงวันที่ 12 พ.ค.ในการตัดสินใจว่าจะถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ชาติมหาอำนาจทำไว้กับอิหร่านหรือไม่ โดยข้อตกลงฉบับนี้เกิดจากลงนามในปี 2558 ระหว่างอิหร่าน และกลุ่มประเทศ P5+1 ได้แก่ จีน รัสเซีย อังกฤษ ฝรั่งเศส สหรัฐ และเยอรมนี ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวกำหนดให้ P5+1 ผ่อนปรนการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน ในขณะที่อิหร่านจะต้องระงับการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์





