เกิดกระแสเรียกร้องรุนแรงขึ้นให้เลิกใช้สินค้าอเมริกันในกลุ่มนักท่องเน็ตชาวจีน ตั้งแต่สมาร์ทโฟนไอโฟนของค่ายแอ๊ปเปิ้ล ไปจนถึงเครือข่ายกาแฟสดชื่อดังอย่างสตาร์บั๊ค
ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในจีนจำนวนมากขึ้น เรียกร้องให้บอยคอตสินค้าทุกชนิดที่เป็นแบรนด์อเมริกัน เพื่อตอบโต้การตัดสินใจเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยสินค้าเป้าหมายที่ชุนชนชาวเน็ตในจีนเรียกร้องให้เลิกซื้อรวมถึงไอโฟน สตาร์บั๊ค รถยนต์จากค่ายเจเนอรัล มอเตอร์ (จีเอ็ม)และห้างค้าปลีกอย่างวอลมาร์ท
ทั้งนี้ ตังแต่ทรัมป์ ประกาศแผนเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์เมื่อเดือนมี.ค. ก็เกิดกระแสตีกลับจากจีน เรียกร้องให้ดำเนินมาตรการต่างๆเพื่อเอาคืนบนเว็บไซต์เว่ยโป๋ ไมโครบล็อกชั้นนำของจีน และการออกมาเรียกร้องลักษณะนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นกับชุมชนชาวเน็ตอย่างเดียวเท่านั้น ในหน้าหนังสือพิมพ์ชั้นนำอย่างโกลบอล ไทมส์ ซึ่งเป็นหนังสือแทบลอยด์ภาษาอังกฤษของรัฐบาลจีน ก็เน้นย่้ำผ่านบทบรรณาธิการเมื่อเดือนมี.ค.ว่าจีนควรจะเลิกซื้อถั่วเหลืองผลิตจากสหรัฐทันที
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ยังไม่ชัดเจนว่า กระแสเรียกร้องนี้ส่งผลกระทบต่อยอดขายของแบรนด์อเมริกันมากน้อยเพียงใด แต่การเรียกร้องให้บอยคอตสินค้าชาติอื่นในจีนเคยประสบความสำเร็จมาแล้วในช่วงปีที่แล้ว กรณีจีนคัดค้านการติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธผลิตโดยสหรัฐของรัฐบาลเกาหลีใต้ จนทำให้เกิดการบอยคอตสินค้าจากเกาหลีใต้ จนส่งผลให้ยอดขายสินค้าร่วงลงอย่างหนักติดต่อกันหลายไตรมาส และท้ายที่สุดลอตเต้ กรุ๊ป กลุ่มบริษัทชั้นนำของเกาหลีใต้ ต้องตัดสินใจปิดซูเปอร์มาร์เก็ตส่วนใหญ่ในจีน เช่นเดียวกับยอดขายรถของบริษัทฮุนได มอเตอร์ ในจีนที่ทรุดลง 50%





