ถ้อยแถลงของนายรอสส์ สอดคล้องกับคำพูดของนายแลร์รี่ คุดโลว์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติประจำทำเนียบขาว ที่กล่าวว่า การประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนอาจไม่มีการบังคับใช้จริงในที่สุด
นายวิลเบอร์ รอส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐ กล่าวว่า เขาหวังว่ามาตรการตอบโต้ทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะส่งผลให้ทั้ง 2 ฝ่ายนั่งลงเจรจาในที่สุด
“ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ ถ้าผลลัพธ์ของสิ่งที่เกิดขึ้นคือทำให้มีการเจรจา แต่เป็นเรื่องยากที่จะคาดการณ์กำหนดวันเจรจาที่คาดว่าจะมีความซับซ้อน โดยยังไม่แน่ชัดว่าการเจรจาจะเกิดขึ้นในปลายเดือนหน้า หรือหลังจากนั้น” นายรอสส์ กล่าว พร้อมทั้งระบุว่า การที่จีนประกาศเรียกเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐจะไม่ส่งผลกระทบมากนักต่อสหรัฐ
“การเรียกเก็บภาษีของจีนคิดเป็นสัดส่วนเพียง 0.3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี)สหรัฐ ดังนั้นจึงไม่ได้มีผลกระทบที่รุนแรงมากนัก และสิ่งนี้ค่อนข้างใกล้เคียงกับภาษีที่เราเรียกเก็บจากจีนโดยอิงจากทรัพย์สินทางปัญญา” นายรอสกล่าว
นอกจากนี้ นายรอสยังเห็นพ้องกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งได้ทวีตข้อความในวันนี้ ระบุว่า สหรัฐไม่ได้กำลังทำสงครามการค้ากับจีน ซึ่งสหรัฐแพ้สงครามนั้นไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน เนื่องจากรัฐบาลชุดก่อนหน้านี้ไร้ความสามารถ
นายคุดโลว์ กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวถือเป็นกลยุทธ์ในการบังคับให้จีนกลับมาเจรจาเกี่ยวกับพฤติกรรมทางการค้า
“เรื่องนี้เหมือนกับการใช้ไม้นวมและไม้แข็ง ซึ่งจริงๆแล้วท่านประธานาธิบดีเป็นผู้ที่เชื่อในการค้าเสรี และท่านต้องการแก้ไขปัญหานี้โดยให้เจ็บปวดน้อยที่สุด” นายคุดโลว์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวยังไม่มีผลบังคับใช้ในทันที โดยบริษัทสหรัฐจะมีเวลาจนถึงวันที่ 22 พ.ค. ในการแสดงความคิดเห็นเพื่อคัดค้านการดำเนินการดังกล่าว และสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ(ยูเอสทีอาร์) จะเริ่มเปิดการรับฟังความเห็นจากประชาชนทั่วไปในวันที่ 15 พ.ค.





