สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส ปิดตลาดวันอังคาร (27มี.ค.)ปรับตัวขึ้น จากปัญหาความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ที่อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำมัน
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนพ.ค. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ ปรับตัวขึ้น 30 เซนต์ ปิดตลาดที่ 65.85 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 34 เซนต์ ปิดที่ราคา 70.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบดีดตัวขึ้นมากกว่า 7% ในเดือนนี้ และพุ่งขึ้น 5.3% ในไตรมาสแรก ทำให้ราคาน้ำมันมีการปรับตัวขึ้น 3 ไตรมาสติดต่อกัน ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปลายปี 2553
ตลาดได้ปัจจัยหนุนจากความตึงเครียดระหว่างซาอุดิอาระเบียและอิหร่าน โดยกลุ่มกบฏฮูตีของเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้ยิงขีปนาวุธโจมตีกรุงริยาดห์ของซาอุดิอาระเบีย ขณะที่ซาอุดิอาระเบียสามารถยิงสกัดขีปนาวุธดังกล่าวจำนวน 7 ลูก
ขณะที่สหรัฐ ขู่ที่จะถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ที่อิหร่านทำไว้กับ 6 ชาติมหาอำนาจในปี 2558 ทำให้มีความเป็นไปได้ที่สหรัฐอาจทำการคว่ำบาตรอิหร่านครั้งใหม่ และจำกัดการส่งออกน้ำมัน
นอกจากนี้ มกุฎราชกุมาร โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน แห่งซาอุดิอาระเบีย กล่าวว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และรัสเซียกำลังจัดทำข้อตกลงระยะยาวในการร่วมมือกันจำกัดการผลิตน้ำมันในช่วงหลายสิบปีข้างหน้า
“เรากำลังทำงานร่วมกันในการเปลี่ยนข้อตกลงแบบปีต่อปี เป็นแบบ 10-20 ปี โดยเป็นข้อตกลงแบบภาพใหญ่ แต่เรายังไม่ได้กำหนดรายละเอียด” มกุฎราชกุมาร โมฮัมเหม็ด กล่าว
ที่ผ่านมา ที่ประชุมโอเปกและประเทศนอกกลุ่มโอเปก เช่น รัสเซีย เห็นพ้องกันในการปรับลดกำลังการผลิตตั้งแต่เดือนม.ค.ปีที่แล้ว เพื่อผลักดันราคาน้ำมันในตลาดให้ดีดตัวขึ้น และต่อมามีการขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตจนถึงสิ้นปีนี้





