เอฟทีซี เปิดเผยว่ากำลังสอบสวนเฟซบุ๊คเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติของบริษัทต่อข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้บริการ หลังจากเคมบริดจ์ อนาลิติกา ซึ่งเป็นบริษัทวิเคราะห์การเมือง สามารถเข้าถึงข้อมูลโปรไฟล์ของผู้ใช้บริการเฟซบุ๊คจำนวน 50 ล้านคนโดยไม่ได้รับอนุญาต
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวร่วงลง 344.89 จุดหรือ 1.43% ปิดที่ 23,857.71 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี500 ร่วง 45.93 จุดหรือ 1.73% ปิดที่ 2,612.62 จุดและดัชนีแนสแด็ก ลบ 211.74 จุดหรือ 2.93% ปิดที่ 7,008.81 จุด
อย่างไรก็ตาม ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (26 มี.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ทะยานขึ้น 669.40 จุด หรือ 2.84% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดภายใน 1 วันนับตั้งแต่เดือนส.ค.2558 หลังจากมีรายงานว่า จีน ประกาศความพร้อมที่จะเปิดการเจรจากับสหรัฐเพื่อแก้ไขความขัดแย้งทางการค้า โดยข่าวดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน
ขณะที่ราคาหุ้นเฟซบุ๊คร่วงลง 0.8% สู่ระดับ 158.11 ดอลลาร์ หลังจากที่แบงก์ ออฟ อเมริกา เมอร์ริล ลินช์ ประกาศปรับลดราคาเป้าหมายของหุ้นเฟซบุ๊คเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 5 วัน เป็นผลจากการที่คณะกรรมาธิการการค้าของรัฐบาลกลางสหรัฐ (เอฟทีซี) ยืนยันข่าวที่ว่าเอฟทีซี กำลังสอบสวนเฟซบุ๊คกรณีเกิดการรั่วไหลของข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้บริการจำนวน 50 ล้านราย
ทั้งนี้ แบงก์ ออฟ อเมริกาปรับลดราคาเป้าหมายในช่วง 12 เดือนข้างหน้าของหุ้นเฟซบุ๊คสู่ระดับ 210 ดอลลาร์ จากเดิมที่ 230 ดอลลาร์ โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แบงก์ ออฟ อเมริกา ได้ปรับลดราคาเป้าหมายในช่วง 12 เดือนข้างหน้าของหุ้นเฟซบุ๊คสู่ระดับ 230 ดอลลาร์ จากเดิมที่ 265 ดอลลาร์
นอจากนี้ ผลสำรวจของคอนเฟอเรนซ์ บอร์ด ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐต่ำกว่าคาดในเดือนมี.ค. หลังจากดีดตัวขึ้นติดต่อกัน 2 เดือน โดยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐร่วงลงสู่ระดับ 127.70 ในเดือนมี.ค. จากระดับ 130.80 ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2543 และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 131
ทั้งนี้ ดัชนีดังกล่าวเป็นการสำรวจมุมมองของผู้บริโภค และความเชื่อมั่นต่อสภาวะธุรกิจ, สถานะการเงินส่วนบุคคล และการจ้างงาน





