สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส ปิดตลาดวันพุธ(21มี.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ทะยาน 2.6% ขานรับสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (อีไอเอ) ที่เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐร่วงลงในสัปดาห์ที่แล้ว
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนเม.ย. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ ดีดตัวขึ้น 1.63 ดอลลาร์ หรือ 2.6% ปิดตลาดที่ราคา 65.17 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวขึ้น 1.97 ดอลลาร์ หรือ 2.9% ปิดตลาดที่ราคา 69.39 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
อีไอเอ เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐร่วงลงสวนทางคาดการณ์ในสัปดาห์ที่แล้ว โดยสต็อกน้ำมันดิบลดลง 2.6 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.6 ล้านบาร์เรล
ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 1.7 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 2.0 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล ลดลง 2.0 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 1.7 ล้านบาร์เรล
อย่างไรก็ดี ตลาดน้ำมันยังคงถูกกดดันจากการคาดการณ์ที่ว่าสหรัฐจะเพิ่มกำลังการผลิตในปีนี้ โดยเบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐ เปิดเผยว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐที่มีการใช้งาน มีจำนวนเพิ่มขึ้น 4 แท่น สู่ระดับ 800 แท่นในสัปดาห์นี้
นอกจากนี้ แท่นขุดเจาะน้ำมันยังคงมีจำนวนมากกว่าระดับ 631 แท่นในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
ด้านสำนักงานพลังงานสากล (ไออีเอ) คาดการณ์ว่า อุปสงค์น้ำมันทั่วโลกเพิ่มขึ้นเพียง 1.5 ล้านบาร์เรล/วันในปีนี้ ขณะที่อุปทานน้ำมันจากประเทศนอกกลุ่มโอเปกจะเพิ่มขึ้น 1.8 ล้านบาร์เรล/วัน สู่ระดับ 97.9 ล้านบาร์เรล/วัน โดยคาดว่าสหรัฐจะมีการผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น 1.3 ล้านบาร์เรล/วัน สู่ระดับมากกว่า 11 ล้านบาร์เรล/วันภายในสิ้นปีนี้
ไออีเอ ยังระบุว่า สต็อกน้ำมันของกลุ่มประเทศในองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) เพิ่มขึ้นในเดือนม.ค. เป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือน โดยอยู่ที่ 2.871 พันล้านบาร์เรล และสูงกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 5 ปีราว 53 ล้านบาร์เรล





