วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดัชนีดาวโจนส์ร่วงหลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย

ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้นนำตลาด ตามราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้นในวันนี้ ขณะที่หุ้นโบอิ้งทะยานขึ้น ส่วนราคาหุ้นเฟซบุ๊คดีดตัวขึ้น 2% หลังดิ่งลงในช่วงแรก ท่ามกลางข่าวอื้อฉาวที่มีการรั่วไหลของข้อมูลผู้ใช้บริการเฟซบุ๊กจำนวน 50 ล้านคน

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์  ปิดตลาดวันพุธ (21 มี.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวลง 44.96 จุด ปิดตลาดที่ 24,682.31 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500  ร่วงลง 0.2% ปิดที่ 2,711.93 จุด และดัชนีแนสแด็ก ร่วง 0.3% ปิดที่ 7,345.29  จุด

ราคาหุ้นเฟซบุ๊คทรุดตัวลง 6.8% เมื่อวันจันทร์ และดิ่งลง 2.8% เมื่อวานนี้ ส่งผลให้มูลค่าตลาดของเฟซบุ๊ควูบหายไปเกือบ 5 หมื่นล้านดอลลาร์นับตั้งแต่วันจันทร์

คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (เอฟโอเอ็มซี) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 1.50-1.75% ในการประชุมเมื่อวันพุธ(21มี.ค.) ตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้ พร้อมทั้งส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ และคาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีหน้า และ 2 ครั้งในปี 2563

ขณะที่สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (เอ็นเออาร์) เปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสองพุ่งขึ้นมากกว่าคาดในเดือนก.พ. แม้ว่าภาวะขาดแคลนบ้านยังคงเป็นปัจจัยกดดันตลาด

ทั้งนี้ ยอดขายบ้านมือสองทะยานขึ้น 3.0% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 5.54 ล้านยูนิต จากระดับ 5.38 ล้านยูนิตในเดือนม.ค. โดยยอดขายบ้านพุ่งขึ้นในภาคใต้และตะวันตก

นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า  ยอดขายบ้านมือสองจะเพิ่มขึ้นเพียง 0.5% สู่ระดับ 5.40 ล้านยูนิตในเดือนก.พ. และเมื่อเทียบรายปี ยอดขายบ้านมือสองเพิ่มขึ้น 1.1% ในเดือนก.พ.

สต็อกบ้านในตลาดลดลง 8.1% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปี โดยลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 33

นอกจากนี้ ราคาเฉลี่ยของบ้านเพิ่มขึ้น 5.9% เมื่อเทียบรายปี สู่ระดับ 241,700 ดอลลาร์ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 72 ติดต่อกัน