วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ราคาน้ำมันดิบตลาดสหรัฐร่วงต่อวันที่3

ขณะถูกกดดันจากสต็อกน้ำมันพุ่งและดอลลาร์แข็งค่า

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนเม.ย. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ ลดลง 65 เซนต์ หรือ 1.1%  ปิดที่ราคา 60.99 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้่ำมันดิบเบรนท์ ร่วงลง 89 เซนต์ หรือ 1.4% ปิดที่ 63.84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (อีไอเอ) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐพุ่งขึ้นมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว โดยสต็อกน้ำมันดิบทะยานขึ้น 3 ล้านบาร์เรล ขณะที่สถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (เอพีไอ) คาดการณ์ว่าสต็อกน้ำมันดิบจะเพิ่มขึ้นเพียง 933,000 บาร์เรล ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินพุ่งขึ้น 2.5 ล้านบาร์เรล โดยสูงกว่าที่เอพีไอรายงานเช่นกัน

ทั้งนี้ ดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นในวันนี้ลดความน่าดึงดูดของสัญญาน้ำมัน โดยทำให้สัญญามีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น

นอกจากนี้ การผลิตน้ำมันที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่กดดันตลาด โดยนายฟาตีห์ ไบรอล ผู้อำนวยการบริหารของสำนักงานพลังงานสากล (ไออีเอ) ระบุว่า สหรัฐมีแนวโน้มที่จะแซงหน้ารัสเซียขึ้นเป็นประเทศที่ผลิตน้ำมันมากที่สุดในโลกในปีหน้า เนื่องจากการผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดาน (shale oil) ในสหรัฐยังคงเพิ่มขึ้นสวนทางกับตลาดโลก

ปีที่แล้ว การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐพุ่งขึ้นเหนือระดับ 10 ล้านบาร์เรล/วันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1970 โดยแซงหน้าผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อย่างซาอุดิอาระเบีย

ด้านอีไอเอ เปิดเผยในช่วงต้นเดือนนี้ว่า การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐจะพุ่งขึ้นเหนือระดับ 11 ล้านบาร์เรล/วัน ภายในปลายปีนี้