ด้านสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (อีไอเอ) เปิดเผยว่า สหรัฐผลิตน้ำมันดิบ 10.25 ล้านบาร์เรล/วันในสัปดาห์ที่แล้ว
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนมี.ค. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 9 เซนต์ ปิดตลาดที่ 59.29 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ร่วงลง 20 เซนต์ ปิดตลาดที่ราคา 62.59 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ดอลลาร์อ่อนค่าลงในวันนี้ สวนทางยูโรที่ดีดตัวขึ้น จากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยนักลงทุนมองว่าอีซีบีมีแผนที่จะยุติการใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย แม้ว่าอีซีบีคงนโยบายการเงินในการประชุมเดือนที่แล้ว
ขณะที่รายงานของโกลด์แมน แซคส์ระบุว่า นักลงทุนยังคงไม่มีความมั่นใจว่าการทะยานขึ้นของราคาน้ำมันในช่วงที่ผ่านมา จะสามารถดำเนินไปอย่างยั่งยืน แม้ว่าราคาน้ำมันได้พุ่งขึ้นเกือบ 50% จากช่วงกลางปีที่แล้ว พร้อมระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนไม่มีความเชื่อมั่น ได้แก่ การผลิตน้ำมันที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐ
เมื่อปีที่แล้ว โกลด์แมน แซคส์ ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์สำหรับปีนี้ สู่ระดับ 62 ดอลลาร์/บาร์เรล จากเดิมที่คาดการณ์ที่ระดับ 59 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันเวสต์เท็กซัส คาดว่าจะอยู่ที่ 57.50 ดอลลาร์/บาร์เรล จากเดิมที่ระดับ 55 ดอลลาร์/บาร์เรล
ด้านกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ระบุในรายงานประจำเดือนก.พ.ว่า โอเปกคาดการณ์ว่าอุปสงค์น้ำมันจะมีการขยายตัวในปีนี้ มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ พร้อมทั้งคาดการณ์ว่า อุปทานน้ำมันจากกลุ่มประเทศนอกโอเปกจะพุ่งขึ้นมากกว่าที่คาดไว้ โดยได้แรงหนุนจากการผลิตน้ำมันในสหรัฐ
ขณะเดียวกัน โอเปกคาดว่าตลาดน้ำมันจะกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลในช่วงสิ้นปีนี้
รายงานระบุว่า การผลิตน้ำมันของโอเปกลดลง 8,000 บาร์เรล/วันในเดือนที่แล้ว สู่ระดับ 32.3 ล้านบาร์เรล/วัน ส่วนการผลิตน้ำมันจากกลุ่มนอกโอเปกจะเพิ่มขึ้น 1.4 ล้านบาร์เรล/วันในปีนี้ โดยเพิ่มขึ้น 250,000 บาร์เรล/วันจากตัวเลขคาดการณ์ก่อนหน้านี้ในเดือนม.ค. ขณะที่คาดว่ากลุ่มนอกโอเปกจะผลิตน้ำมัน 59.26 ล้านบาร์เรล/วัน สูงกว่าราว 320,000 บาร์เรล/วันเมื่อเทียบกับตัวเลขคาดการณ์เดิม
รายงานยังได้ปรับเพิ่มตัวเลขการผลิตน้ำมันของสหรัฐสู่ระดับ 150,000 บาร์เรล/วัน
โอเปกคาดการณ์ว่าอุปสงค์น้ำมันจะมีการขยายตัว 1.59 ล้านบาร์เรล/วัน โดยเพิ่มขึ้น 60,000 บาร์เรล/วันจากตัวเลขคาดการณ์เดิม ส่งผลให้อุปสงค์รวมทั่วโลกอยู่ที่ระดับ 98.6 ล้านบาร์เรล/วันในปีนี้
เบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐ เปิดเผยว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐที่มีการใช้งาน มีจำนวนเพิ่มขึ้น 26 แท่น สู่ระดับ 791 แท่นในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นจำนวนมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2558 และเป็นการเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 2 รวมทั้งเป็นการเพิ่มขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.ปีที่แล้ว
นอกจากนี้ แท่นขุดเจาะน้ำมันยังคงมีจำนวนมากกว่าระดับ 591 แท่นในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
อีไอเอ คาดการณ์ว่า ผลผลิตน้ำมันของสหรัฐจะแตะระดับเฉลี่ย 10.59 ล้านบาร์เรล/วันในปีนี้ และพุ่งแตะระดับ 11.18 ล้านบาร์เรล/วันในปีหน้า ซึ่งจะทำให้สหรัฐแซงหน้ารัสเซีย กลายเป็นประเทศที่ผลิตน้ำมันมากที่สุดในโลก





