บิทคอยน์ดิ่งลงเมื่อวันจันทร์ พร้อมกับสกุลเงินดิจิทัลที่มีขนาดใหญ่ที่สุด 20 อันดับของโลก จากความกังวลเกี่ยวกับการคุมเข้มการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล
บิทคอยน์ร่วงลง 12% สู่ระดับ 9,817 ดอลลาร์ โดยมีมูลค่าตลาดลดลง 28% ในเดือนนี้ สู่ระดับราว 1.70 แสนล้านดอลลาร์
อีเธอเรียม ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าตลาดสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก ร่วงลง 9% ใกล้ระดับ 1,073 ดอลลาร์ โดยมีมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้น 42% สู่ระดับราว 1.04 แสนล้านดอลลาร์ ส่วนริพเพิล ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าตลาดสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก ปรับตัวลง 10% สู่ระดับ 1.19 ดอลลาร์
นอกจากนี้ สเตลลาร์ ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าตลาดสูงเป็นอันดับ 8 ของโลก ดิ่งลง 17% สู่ระดับ 49 เซนต์
เกาหลีใต้ เริ่มคุมเข้มกฎระเบียบเกี่ยวกับการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล หลังจากที่มีการเปิดเผยมาตรการดังกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และระบุว่าจะมีผลบังคับใช้ในวันนี้
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการบริการการเงินของเกาหลีใต้แถลงเมื่อวันที่ 23 ม.ค.ว่า เจ้าหน้าที่จะอนุญาตให้มีการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล เฉพาะในรายที่มีการใช้ชื่อจริงในบัญชีธนาคารเท่านั้น โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 30 ม.ค. เพื่อให้ธนาคารต่างๆปฏิบัติตามกฎเกณฑ์เควายซี เอเอ็มแอล (know your customer, anti-money laundering) หรือ“ให้รู้จักลูกค้าธนาคาร และป้องกันการฟอกเงิน”
มาตรการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อลดช่องว่างที่แก๊งอาชญากรรมจะใช้สกุลเงินดิจิทัลในการทำสิ่งผิดกฎหมาย เช่น ก่อคดีอาชญากรรม ฟอกเงิน และหลีกเลี่ยงภาษี
ผู้เชี่ยวชาญคาดว่ามาตรการดังกล่าวจะเกิดประโยชน์ในระยะยาว
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่หันมาคุมเข้มตลาดซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล หลังจากที่บริษัทคอยน์เช็ค ซึ่งให้บริการซื้อขายสกุลเงินเอ็นอีเอ็ม ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัล เปิดเผยว่า แฮกเกอร์ได้โจรกรรมเอ็นอีเอ็ม ไปจากระบบเป็นจำนวนเงินสูงถึง 5.8 หมื่นล้านเยน ส่งผลให้นายทาโร อาโสะ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น เสนอให้มีการยกระดับการรักษาความปลอดภัยการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล เพื่อป้องกันการซ้ำรอยเหตุการณ์ดังกล่าว





