วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ราคาน้ำมันดิบดิ่งกว่า 1%

สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส ปิดตลาดวันอังคาร (30 ม.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวลง 1.6% จากการที่นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการที่สหรัฐเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน นอกจากนี้ นักลงทุนได้เข้าเทขายทำกำไร หลังจากราคาพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปีในสัปดาห์ที่แล้ว

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนมี.ค. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ ลดลง 1.06 ดอลลาร์ หรือ 1.6%  ปิดตลาดที่ราคา 64.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวร่วงลง 45 เซนต์ ปิดตลาดที่ราคา 69.01 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ทั้งนี้ เบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐ เปิดเผยว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐที่มีการใช้งาน มีจำนวนเพิ่มขึ้น 12 แท่น สู่ระดับ 759 แท่นในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นจำนวนมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.ปีที่แล้ว และเป็นการเพิ่มขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.ปีที่แล้ว โดยได้แรงหนุนจากการที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 3 ปี

นอกจากนี้ แท่นขุดเจาะน้ำมันยังมีจำนวนมากกว่าระดับ 566 แท่นในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

ด้านสำนักงานพลังงานสากล (ไออีเอ) ระบุว่า สหรัฐ มีแนวโน้มครองอันดับประเทศที่ผลิตน้ำมันมากที่สุดในโลกในปีนี้ โดยแซงหน้ารัสเซีย ขณะที่สหรัฐสามารถผลิตน้ำมันเทียบเท่ากับซาอุดิอาระเบียแล้ว ที่ระดับ 9.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ปัจจุบัน รัสเซียเป็นประเทศที่ผลิตน้ำมันมากที่สุดในโลก

ไออีเอ ระบุว่า ขณะนี้สหรัฐผลิตน้ำมัน 9.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 50 ปี โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น ซึ่งสร้างแรงจูงใจสำหรับผู้ผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดาน (shale oil) หลังจากที่ได้ลดกำลังการผลิตลงในช่วงที่ราคาน้ำมันตกต่ำ

ไออีเอ คาดการณ์ว่า สหรัฐจะเพิ่มกำลังการผลิตสู่ระดับสูงกว่า 10 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีนี้ หากรัสเซีย และซาอุดิอาระเบียยังคงปรับลดกำลังการผลิตถึงสิ้นปีนี้ตามข้อตกลงที่ทำไว้ระหว่างโอเปก และประเทศนอกกลุ่มโอเปก

นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มที่แคนาดาจะเพิ่มการผลิตน้ำมันดิบ จากปัจจุบันที่ระดับ 4.2 ล้านบาร์เรล/วัน ขณะที่มีการลงทุนด้านการขุดเจาะน้ำมันจากชั้นหินดินดาน (shale oil) มากขึ้น