หลังไอเอ็มเอฟปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจโลกสะท้อนอุปสงค์แกร่ง
สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส ปิดตลาดวันอังคาร (23ม.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น พุ่งขึ้น 1.4% ทะลุ 64 ดอลลาร์ จากการที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ประกาศปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ และปีหน้า ซึ่งบ่งชี้ถึงอุปสงค์น้ำมันที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากการที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และนอกกลุ่มโอเปก เช่น รัสเซีย ทำการปรับลดกำลังการผลิต
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนก.พ. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 90 เซนต์ หรือ 1.4% ปิดตลาดที่ราคา 64.47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ เพิ่มขึ้น 82 เซนต์ หรือ 1.2% ปิดตลาดที่ราคา 69.85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ไอเอ็มเอฟ ประกาศปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ และปีหน้า สู่ระดับ 3.9% โดยปรับเพิ่มขึ้น 0.2% พร้อมระบุว่า การปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวมีสาเหตุจากแรงผลักดันการขยายตัวในระดับโลกที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งจากอานิสงส์ของการที่รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทำการปฏิรูประบบภาษี
ราคาน้ำมันยังได้รับปัจจัยหนุนจากการที่สหรัฐลดการขุดเจาะน้ำมันในสัปดาห์ที่แล้ว
เบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐ เปิดเผยว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐที่มีการใช้งาน มีจำนวนลดลง 5 แท่น สู่ระดับ 747 แท่นในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นการลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 2 ในรอบ 3 สัปดาห์ แม้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 3 ปี
ขณะที่บีเอ็นพี พาริบาส์ ปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์ราคาน้ำมันเวสต์เท็กซัสในปีนี้ สู่ระดับเฉลี่ย 60 ดอลลาร์ และน้ำมันดิบเบรนท์ สู่ระดับ 65 ดอลลาร์
ด้านธนาคารบาร์เคลย์ส ปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ในปีนี้ สู่ระดับเฉลี่ย 60 ดอลลาร์





