วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อังกฤษแจงหลังให้คาริลเลียนคว้าดีลโครงการยักษ์

นายไลดิงตัน กล่าวว่า การที่รัฐบาลยังคงมอบสัญญาให้แก่คาริลเลียน เป็นการปฏิบัติตามกฎระเบียบซึ่งรัฐบาลใช้พิจารณาในการตัดสินใจดังกล่าว

นายเดวิด ไลดิงตัน รัฐมนตรีประจำสำนักคณะรัฐมนตรีของอังกฤษ กล่าวปกป้องการตัดสินใจของรัฐบาลในการที่ยังคงให้บริษัทคาริลเลียน ยักษ์ใหญ่ในธุรกิจก่อสร้างของอังกฤษ ชนะการประมูลโครงการของรัฐบาล แม้เป็นที่ทราบกันว่าบริษัทกำลังประสบปัญหาทางการเงิน

ด้านโฆษกของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวว่า รัฐบาลได้จับตามองอย่างใกล้ชิดนับตั้งแต่ที่บริษัทได้แจ้งเตือนผลกำไรครั้งแรกในเดือนก.ค.ปีที่แล้ว และการมอบสัญญาส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปของการให้คาริลเลียนร่วมทุนกับบริษัทอื่น เพื่อให้บริษัทอื่นๆสามารถรับงานต่อ หากเกิดปัญหาขึ้น

ทั้งนี้ หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตุว่า รัฐบาลมอบสัญญาการก่อสร้างโครงการเอชเอส2 ซึ่งเป็นเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงในอังกฤษ ให้แก่คาริลเลียนในวันที่ 17 ก.ค.ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นเวลา 1 สัปดาห์ หลังจากที่บริษัทออกมาเตือนเกี่ยวกับผลกำไร ต่อมา ในวันที่ 18 ก.ค.ปีที่แล้ว กระทรวงกลาโหมอังกฤษได้มอบสัญญาการก่อสร้างที่พัก และโรงอาหารวงเงิน 158 ล้านปอนด์ในฐานทัพจำนวน 233 แห่งให้แก่คาริลเลียน

นายเบอร์นาร์ด เจนกิน ประธานคณะกรรมาธิการฝ่ายปกครองสาธารณะของสภาสามัญชนของอังกฤษ และเป็นแกนนำของพรรคอนุรักษ์นิยมของอังกฤษ ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล เรียกร้องให้มีการตรวจสอบการล้มละลายของบริษัทคาริลเลียน ซึ่งการเรียกร้องของนายเจนกินได้รับการขานรับจากพรรคเสรีประชาธิปไตย และพรรคแรงงาน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน

ทั้งนี้ คาริลเลียนประกาศล้มละลาย และเข้าสู่กระบวนการขอยกเลิกกิจการและชำระบัญชี เนื่องจากรัฐบาลปฏิเสธที่จะอัดฉีดเงินช่วยเหลือบริษัท ส่งผลให้สถาบันการเงินไม่ต้องการปล่อยเงินกู้ให้แก่บริษัทอีกต่อไป หลังจากที่คาริลเลียนประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก โดยมีหนี้สินมากถึง 1.5 พันล้านปอนด์

คาริลเลียน ประสบปัญหาสภาพคล่องอย่างหนัก หลังจากที่เกิดความล่าช้าในการก่อสร้างโครงการที่มีวงเงินลงทุนสูง และการดำเนินธุรกิจที่อยู่ในช่วงขาลง ส่งผลให้บริษัทออกคำเตือนเกี่ยวกับผลกำไรหลายครั้ง ขณะที่ประสบภาวะขาดทุนในช่วงครึ่งปีแรกของปีงบการเงินมากกว่า 1 พันล้านปอนด์

รัฐบาลอังกฤษปฏิเสธที่จะอัดฉีดเงินช่วยเหลือบริษัท โดยระบุว่า รัฐบาลไม่สามารถนำเงินภาษีอากรของประชาชนมากอบกู้ธุรกิจบริษัทเอกชน แต่ในระหว่างนี้ รัฐบาลจะสนับสนุนเงินทุนที่จำเป็นเพื่อให้การบริการที่เกี่ยวข้องในภาครัฐสามารถดำเนินการต่อไปได้