ภาคบริการมีการจ้างงานพุ่งขึ้น 222,000 ตำแหน่ง ขณะที่ภาคการผลิตมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 28,000 ตำแหน่ง และเมื่อพิจารณาทั้งปี 2560 ภาคเอกชนจ้างงานรวม 2.54 ล้านตำแหน่ง เฉลี่ยเดือนละ 212,000 ตำแหน่ง
ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันพฤหัสบดี (4ม.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ทะยาน 152 จุด ทะลุแนว 25,000 จุด โดยได้ปัจจัยบวกจากการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานในภาคเอกชนที่พุ่งขึ้นเกินคาด รวมทั้งราคาน้ำมันที่ดีดตัวแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 ปีครึ่ง
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวขึ้น 152.45 จุดหรือ 0.61% ปิดที่ 25,075.13 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี500 ขยับขึ้น 10.93 จุดหรือ 0.40 % ปิดที่ 2,723.99 จุด และดัชนีแนสแด็ก ปรับตัวเพิ่มขึ้น 12.38 จุดหรือ 0.18 % ปิดที่ 7,077.92 จุด
ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มการเงินพุ่งขึ้นนำตลาด ขณะที่หุ้นเจพีมอร์แกน เชส ทะยานขึ้นมากที่สุดในการซื้อขายช่วงแรก
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 ปีครึ่ง โดยได้แรงหนุนจากปัจจัยความไม่สงบในอิหร่าน ความต้องการใช้น้ำมันในสหรัฐ อันเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น และการปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก)
ขณะที่ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (เอดีพี) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐพุ่งขึ้น 250,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 190,000 ตำแหน่ง และสูงกว่าระดับ 185,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย.โดยการจ้างงานในเดือนธ.ค.นับเป็นการจ้างงานที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.
นักวิเคราะห์ระบุว่า การจ้างงานเพิ่มขึ้นในวงกว้างแทบทุกภาคอุตสาหกรรมในเดือนธ.ค.





