นักลงทุนขายทำกำไรหลังราคาพุ่งแรง
สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าตลาดสหรัฐ ปิดตลาดวันพุธ (27ธ.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวลง เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไร หลังจากสัญญาน้ำมันทะยานขึ้น 2.6% เมื่อคืนนี้ เนื่องมาจากข่าวการลอบวางระเบิดท่อส่งน้ำมันในลิเบีย นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากรายงานข่าวเกี่ยวกับการเตรียมเปิดท่อส่งน้ำมันโฟร์ตีส์ในทะเลเหนือในช่วงต้นเดือนหน้า
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนก.พ. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ ปรับตัวลง 33 เซนต์ ปิดตลาดที่ราคา 59.64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวลง 54 เซนต์ ปิดตลาดที่ 66.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ทั้งนี้ นักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส พุ่งขึ้น 2.6% เมื่อคืนนี้ (26 ธ.ค.) ภายหลังจากเนชั่นแนล ออยล์ คอมพานี (เอ็นโอซี) ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานแห่งชาติของลิเบียเปิดเผยว่า กลุ่มคนร้ายติดอาวุธได้ก่อเหตุลอบวางระเบิดท่อส่งน้ำมันในทางตะวันออกของประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบลดลง 70,000 - 100,000 บาร์เรลต่อวัน
นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังได้รับปัจจัยกดดันจากรายงานข่าวเกี่ยวกับการเตรียมเปิดท่อส่งน้ำมันโฟร์ตีส์ในทะเลเหนือ โดยขณะนี้ กำลังมีการทดสอบท่อส่งดังกล่าว หลังการซ่อมแซมเสร็จสิ้น และคาดว่าจะมีการเปิดท่อส่งในช่วงต้นเดือนหน้า
นักลงทุนจับตาสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (อีไอเอ) จะเปิดเผยรายงานสต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 22 ธ.ค. ในวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น
ก่อนหน้านี้ อีไอเอ ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 15 ธ.ค. ลดลง 6.5 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงเพียง 3.8 ล้านบาร์เรล และเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 5 โดยข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับที่สถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (เอพีไอ) รายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลง 5.2 ล้านบาร์เรล





