สัญญาน้ำมันดิบได้รับปัจจัยหนุนจากข่าวการปิดท่อส่งน้ำมันโฟร์ตี้ส์ในทะเลเหนือ ซึ่งเดิมมีกำหนดส่งน้ำมัน 450,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนนี้ หลังจากที่มีการพบรอยแตกของท่อส่งน้ำมัน
สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าตลาดสหรัฐ ปิดตลาดวันอังคาร(19ธ.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวขึ้น โดยได้รับปัจจัยบวกจากการปิดท่อส่งน้ำมันในทะเลเหนือ การปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) รวมทั้งความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หลังจากที่มีการยิงขีปนาวุธจากเยเมนเข้าใส่เมืองหลวงของซาอุดิอาระเบีย
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนม.ค. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 30 เซนต์ ปิดตลาดที่ราคา 57.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวขึ้น 59 เซนต์ ปิดตลาดที่ 63.82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นจากข่าวที่ว่า มีการยิงขีปนาวุธจากเยเมนเข้าใส่กรุงริยาดห์ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของซาอุดิอาระเบีย แต่ราคาลดช่วงบวกในเวลาต่อมา หลังจากที่ซาอุดิอาระเบียระบุว่าสามารถสกัดขีปนาวุธดังกล่าว ส่งผลให้ไม่มีผู้เสียชีวิต หรือได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว
นอกจากนี้ ตลาดน้ำมันยังได้แรงหนุน หลังจากเบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐ เปิดเผยว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐที่มีการใช้งาน มีจำนวนลดลง 4 แท่น สู่ระดับ 747 แท่นในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 6 สัปดาห์
อย่างไรก็ดี ตลาดปรับตัวขึ้นไม่มากนัก เนื่องจากถูกจำกัดจากการคาดการณ์ที่ว่า การผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดานของสหรัฐจะพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนหน้า เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น จะดึงดูดให้บริษัทมากขึ้นทำการผลิตน้ำมัน





