ร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีดังกล่าวจะปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงสู่ระดับ 21% จากระดับ 35% โดยมีผลบังคับใช้ทันทีในปีหน้า แทนที่จะชะลอออกไปอีก 1 ปีตามร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีของวุฒิสภา
ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันศุกร์ (15ธ.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ทะยาน142 จุด หลังพรรครีพับลิกัน ได้เสร็จสิ้นการร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีขั้นสุดท้าย ซึ่งมาจากการรวมเนื้อหาของร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีที่ผ่านการอนุมัติของวุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎรก่อนหน้านี้
นายออร์ริน แฮทช์ ประธานคณะกรรมาธิการภาษีประจำวุฒิสภาสหรัฐ กล่าวว่า วุฒิสภาจะทำการลงมติต่อร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีฉบับดังกล่าวในวันที่ 18 ธ.ค. ขณะที่สภาผู้แทนราษฎรจะลงมติในวันที่ 19 ธ.ค.
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวขึ้น 142.49 จุดหรือ 0.58% ปิดที่ 24,651.15 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ขยับขึ้น 23.62 จุดหรือ 0.89% ปิดที่ 2,675.63 จุด และดัชนีแนสแด็กบวก 80.06 จุดหรือ 1.17 % ปิดที่ 6,936.58 จุด
ทั้งนี้ ร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีของคณะทำงานประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องเผชิญกับอุปสรรคอีกครั้ง หลังจากนายรูบิโอ และนายไมค์ ลี สองวุฒิสมาชิกจากพรรครีพับลิกันได้เปิดเผยกับแกนนำวุฒิสภาเมื่อวานนี้ว่า พวกเขาจะไม่ลงมติสนับสนุนร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีฉบับผสมนี้ หากไม่มีการเพิ่มวงเงินในการลดหย่อนภาษีสำหรับการสงเคราะห์บุตร
ที่ผ่านมานั้น นายรูบิโอและนายลีพยายามผลักดันให้ครอบครัวชาวอเมริกันที่มีรายได้น้อย สามารถรับประโยชน์จากมาตรการลดหย่อนภาษีให้มากที่สุด
ด้านปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ คาดหวังว่า สภาคองเกรสจะผ่านร่างกฎหมายดังกล่าว เพื่อให้เขาลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมายและมอบเป็นของขวัญวันคริสต์มาสแก่ชาวอเมริกัน
ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก รายงานว่า ดัชนีภาคการผลิต อ่อนตัวลงในเดือนธ.ค. หลังจากพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปีในเดือนต.ค
ทั้งนี้ ดัชนีภาคการผลิตปรับตัวลงสู่ระดับ 18.0 ในเดือนธ.ค. จากระดับ 19.4 ในเดือนพ.ย. โดยได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของคำสั่งซื้อใหม่ และการจ้างงาน แต่ยังได้แรงหนุนจากดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง และการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก แต่ดัชนียังคงอยู่สูงกว่าระดับ 0 บ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคการผลิตในนิวยอร์ก
ก่อนหน้านี้ ดัชนีพุ่งแตะระดับ 30.2 ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี





