ราคาทองฟิวเจอร์ ปิดตลาดวันพฤหัสบดี (30พ.ย.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวร่วงลง เพราะถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ หลังการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ
การขาดปัจจัยขับเคลื่อนตลาดในเดือนพ.ย. ส่งผลให้ราคาทองปรับตัวในช่วง 1,265-1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นการปรับตัวแคบที่สุดในรอบ 12 ปี
สัญญาทองคำตลาดโคเม็กซ์ ส่งมอบเดือนธ.ค. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเลกทรอนิกส์ ร่วงลง 8.90 ดอลลาร์ หรือ 0.7% ปิดที่ราคา 1,273.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น จะลดความน่าดึงดูดของทอง โดยทำให้สัญญาทองมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น โดยดอลลาร์ดีดตัวขึ้นทะลุ 112 เยน โดยได้ปัจจัยบวกจากการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นญี่ปุ่น ซึ่งช่วยให้นักลงทุนเพิ่มการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง และเทขายเยนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 ของจีดีพีประจำไตรมาส 3 โดยระบุว่าจีดีพีขยายตัว 3.3% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี นอกจากนี้ ยังสูงกว่าตัวเลขตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 ที่ระดับ 3.0% และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 3.2%
ทั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2557 ที่จีดีพีสหรัฐเติบโตในระดับ 3% หรือมากกว่า เป็นเวลา 2 ไตรมาสติดต่อกัน โดยปัจจัยที่ช่วยหนุนจีดีพีให้ขยายตัวอย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 3 นั้น มาจากการเพิ่มขึ้นของการลงทุนในสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจ รวมทั้งการใช้จ่ายในภาครัฐ แม้ว่าผู้บริโภคได้ชะลอการใช้จ่าย





