นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เผยกำหนดเดินทางเยือนประเทศในเอเชียเมื่อวานนี้ (3พ.ย.) ท่ามกลางความตึงเครียดเหนือคาบสมุทรเกาหลีที่ยังไม่มีทีท่าผ่อนคลาย
นายทรัมป์เยือน 5 ประเทศในเอเชียระหว่างวันที่ 3-14 พ.ย. ได้แก่จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เวียดนาม และฟิลิปปินส์ โดยหลายฝ่ายคาดว่า ประเด็นสำคัญที่จะถูกหยิบยกขึ้นมาร่วมพูดคุยกับเหล่าผู้นำของประเทศเหล่านี้คงจะหนีไม่พ้นโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ
การเดินทางเยือนเอเชียครั้งนี้ของนายทรัมป์ ตรงกับช่วงที่ผู้นำสหรัฐและผู้นำเกาหลีเหนือต่างข่มขู่กันด้วยคำพูดอย่างไม่มีทีท่าลดละ โดยเมื่อไม่นานมานี้ ทรัมป์ได้ข่มขู่เกาหลีเหนือว่า จะใช้กำลังทางทหารอย่าง “รุนแรงและเกรี้ยวกราด” โจมตีเกาหลีเหนือหากสหรัฐถูกคุกคาม ขณะนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ได้ออกมาตอบโต้ว่า จะทำให้สหรัฐกลายเป็น “ทะเลเพลิง”
นายทรัมป์ ต้องการให้เกาหลีเหนือหยุดโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และพยายามกดดันเกาหลีเหนือด้วยวิธีการเชิงข่มขู่และดึงผู้นำจากประเทศอื่นๆเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย หลังจากที่เกาหลีเหนือยิงทดสอบขีปนาวุธหลายครั้งติดต่อกัน และอ้างว่าขีปนาวุธของตนเองสามารถยิงไปถึงสหรัฐได้
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการใช้วิวาทะโต้กันไปมาหลายครั้ง แต่นักวิเคราะห์หลายคนกลับมองว่า เกาหลีเหนือจะไม่หยุดพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ของตนเองในเร็วๆนี้แน่นอน
นักวิเคราะห์ในสหรัฐมองว่า บุคคลในตระกูลคิมได้แก่ นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือคนปัจจุบัน, นายคิม จอง อิล ผู้เป็นบิดา และนายคิม จอง ซุง ผู้มีศักดิ์เป็นตา ล้วนเป็นนักการเมืองที่มีไหวพริบ โดยเฉพาะนายคิม จอง อึน และนายคิม จอง อิล ที่พบว่าผู้นำของอิรักและลิเบียต้องตกอยู่ในที่นั่งลำบาก หลังสหรัฐสามารถหยุดยั้งโครงการพัฒนานิวเคลียร์ภายในประเทศเหล่านี้ลงได้ และด้วยเหตุนี้ เกาหลีเหนือจึงมองว่า โครงการนิวเคลียร์จะเป็นไพ่ใบสุดท้ายที่ทำให้ประเทศสามารถอยู่รอดต่อไปได้
นายทรอบ สตันกาโรน ผู้อำนวยการอาวุโสประจำสถาบันเศรษฐกิจเกาหลี (เคอีไอ) ให้ความเห็นว่า เกาหลีเหนือกำลังเผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบากด้านความมั่นคงของประเทศ เพราะเกาหลีเหนือถูกรุมล้อมจากชาติมหาอำนาจอย่างเกาหลีใต้ สหรัฐ และญี่ปุ่น ขณะที่การยุติโครงการพัฒนานิวเคลียร์ จะไม่ช่วยรักษาความมั่นคงของประเทศได้
“การกล่าวโจมตีแบบเดิมๆของนายทรัมป์ ไม่สามารถใช้กับเกาหลีเหนือได้ ในทางกลับกัน การทวีตข้อความและท่าทีต่างๆของทรัมป์กลับก่อให้เกิดผลในทางตรงกันข้าม และสนับสนุนแนวคิดที่ว่า เกาหลีเหนือยังคงต้องการพึ่งพาโครงการนิวเคลียร์ของตนเอง” สตันกาโรน กล่าว
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์รายอื่นมองว่า ที่เกาหลีเหนือไม่ยอมยกเลิกโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์นั้น เป็นเพราะเกาหลีเหนือต้องการมีอาวุธนิวเคลียร์ไว้ในครอบครองมาโดยตลอด





