สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าตลาดสหรัฐ ปิดตลาดวันพุธ(1พ.ย.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวลง หลังจากที่สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (อีไอเอ) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลงน้อยกว่าที่สถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (เอพีไอ) ระบุไว้ก่อนหน้านี้
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนธ.ค. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ ลดลง 8 เซนต์ ปิดที่ราคา 54.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวลง 45 เซนต์ ปิดตลาดที่ราคา 60.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
อีไอเอ เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลง 2.4 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่เอพีไอ ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลง 5.1 ล้านบาร์เรล ส่วนนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าลดลง 1.8 ล้านบาร์เรล ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 4 ล้านบาร์เรล ขณะที่เอพีไอ ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลง 7.7 ล้านบาร์เรล เทียบกับนักวิเคราะห์ที่คาดว่าลดลง 1.5 ล้านบาร์เรล
อีไอเอ ยังระบุว่า การผลิตน้ำมันของสหรัฐเพิ่มขึ้น 46,000 บาร์เรล/วัน สู่ระดับ 9.55 ล้านบาร์เรล/วัน ขณะที่การส่งออกน้ำมันแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์สู่ระดับ 2.13 ล้านบาร์เรล/วัน
ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นในช่วงแรก หลังมีรายงานว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ได้เพิ่มความร่วมมือในการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน ขณะที่คาดว่ารัสเซียจะปฏิบัติตามข้อตกลงเช่นกัน
ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น 7% ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน
นักลงทุนจับตาการประชุมของกลุ่มโอเปกที่กรุงเวียนนาในวันที่ 30 พ.ย. นี้ ซึ่งจะมีการหารือกันเกี่ยวกับการขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน
ทั้งนี้ ซาอุดิอาระเบีย และรัสเซียให้การสนับสนุนการขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันออกไปอีก 9 เดือนจนถึงสิ้นปีหน้า จากเดิมที่มีกำหนดสิ้นสุดในไตรมาสแรกของปีหน้า





