ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันพุธ(25ต.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวในแดนลบ หลังจากทะยานขึ้นอย่างมากแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันอังคาร
ทั้งนี้ นักลงทุนยังคงจับตาการเปิดเผยผลประกอบการ โดยสัปดาห์นี้ถือเป็นสัปดาห์การเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่คึกคักที่สุด โดยบริษัทที่คำนวณในดัชนีเอสแอนด์พี 500 ถึง 1 ใน 3 จะเปิดเผยผลประกอบการในสัปดาห์นี้
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาความคืบหน้าของการปฏิรูปภาษี รวมทั้งการเปิดเผยชื่อว่าที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยคาดว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะทำการประกาศรายชื่อผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่ภายในสัปดาห์นี้
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวร่วงลง 112.3 จุด หรือ 0.48 % ปิดตลาดที่ 23,329.46 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลบ 11.98 จุดหรือ 0.47 % ปิดที่ 2,557.15 จุด และดัชนีแนสแด็ก ปรับตัวร่วง 34.54 จุดหรือ 0.52% ปิดที่ 6,563.89 จุด
เมื่อวันอังคาร ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดตลาดดีดตัวขึ้น 0.72% ขานรับผลประกอบการที่สูงเกินคาดของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ ซึ่งรวมถึงบริษัทแคทเธอร์พิลลาร์ และ 3เอ็ม นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยหนุนจากรายงานที่ว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (พีเอ็มไอ) ทั้งภาคการผลิตและภาคบริการของสหรัฐมีการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งในเดือนต.ค.
บริษัทวีซ่า อิงค์, โบอิง และโคคา โคล่า ต่างเปิดเผยในวันนี้ว่า บริษัทมีกำไร และรายได้ในไตรมาส 3 สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
ขณะที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้น 1.7% ในเดือนส.ค. หลังจากร่วงลง 6.8% ในเดือนก.ค.
การดีดตัวของยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อเครื่องบินพาณิชย์ และรถยนต์
ส่วนยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐาน ซึ่งเป็นคำสั่งซื้อสินค้าทุนที่ไม่รวมเครื่องบิน และสินค้าด้านอาวุธ โดยเป็นสิ่งบ่งชี้แผนการใช้จ่ายของภาคธุรกิจ เพิ่มขึ้น 0.9% ในเดือนส.ค. โดยสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3%
เมื่อเทียบรายปี ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐานดีดตัวขึ้น 3.3% ในเดือนส.ค.
ขณะเดียวกัน นางซาราห์ แซนเดอร์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะทำการประกาศรายชื่อผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานเฟดในไม่ช้า





