ดาวโจนส์ปิดแดนลบครั้งแรกรอบ 8 วัน ขณะนักลงทุนผิดหวังตัวเลขจ้างงานสหรัฐ
ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดวันศุกร์ (6ต.ค.)ตามเวลาท้องถิ่นในแดนลบ โดยปรับตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 8 วัน ขณะที่นักลงทุนผิดหวังการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลายรายในวันนี้ เพื่อหาทิศทางของอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ หลังจากที่ถ้อยแถลงเมื่อวานนี้ของนายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟด สาขาซานฟรานซิสโก และนายแพทริก ฮาร์เกอร์ ประธานเฟด สาขาฟิลาเดลเฟีย ต่างก็ส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.
เจ้าหน้าที่เฟดที่จะกล่าวสุนทรพจน์ในวันนี้ มีนายราฟาเอล บอสติค ประธานเฟด สาขาแอตแลนตา, นายโรเบิร์ต แคปแลน ประธานเฟด สาขาดัลลัส, นายวิลเลียม ดัดลีย์ ประธานเฟด สาขานิวยอร์ก และนายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟด สาขาเซนต์หลุยส์
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวลง 1.72 จุดหรือ 0.01% ปิดที่ 22,773.67 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลบ 2.74 จุดหรือ 0.11% ปิดที่ 2,549.33 จุด และดัชนีแนสแด็กบวก 4.82 จุดหรือ 0.07% ปิดที่ 6,590.18 จุด
อย่างไรก็ดี ดัชนีดาวโจนส์ยังคงมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นในสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน ขณะที่หุ้นกลุ่มสื่อสารดิ่งลงนำตลาดวันนี้ ส่วนหุ้นโบอิ้งร่วงลงมากที่สุดในการซื้อขายช่วงแรก
หุ้นกลุ่มการเงินดีดตัวสวนทางตลาด ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐพุ่งขึ้นเช่นกัน เนื่องจากนักวิเคราะห์ระบุว่า ตัวเลขการจ้างงานที่ทรุดตัวลงในเดือนก.ย.ได้รับผลกระทบจากปัจจัยชั่วคราวของพายุเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์ และเออร์มา ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆยังคงบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจและตลาดแรงงานของสหรัฐยังคงมีความแข็งแกร่ง โดยตัวเลขการจ้างงานในเดือนก.ย.จะไม่ส่งผลต่อแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในเดือนธ.ค.
นอกจากนี้ ในการเปิดเผยตัวเลขรายได้ต่อชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน หรือค่าแรงต่อชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน ซึ่งเป็นข้อมูลที่เฟดให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ พบว่าเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนก.ย. หรือเพิ่มขึ้น 12 เซนต์ สู่ระดับ 26.55 ดอลลาร์ และเท่ากับพุ่งขึ้น 2.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยสูงกว่าระดับ 2% ซึ่งเป็นเป้าหมายของเฟด หมายความว่าเฟดมีแนวโน้มมากขึ้นที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.





