ราคาน้ำมันดิบปิดปรับตัวลง หลังอีไอเอเผยสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้นมากกว่าคาด
สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าตลาดสหรัฐ ปิดตลาดวันพฤหัสบดี(7ก.ย.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวลง หลังสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (อีไอเอ) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้นมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนต.ค. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ ลดลง 7 เซนต์ หรือ 0.1% สู่ระดับ 49.09 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ขยับขึ้น 29 เซนต์ หรือ 0.5% ปิดตลาดที่ราคา 54.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
อีไอเอ เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้น 4.6 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ ส่วนส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 3.2 ล้านบาร์เรล น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 5.4 ล้านบาร์เรล
อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบยังคงได้รับแรงหนุนจากการที่โรงกลั่นน้ำมันบางส่วนของสหรัฐในแถบกัลฟ์โคสต์เริ่มกลับมาดำเนินการผลิต หลังจากที่ต้องปิดลงก่อนหน้านี้จากอิทธิพลของพายุเฮอร์ริเคน “ฮาร์วีย์”
รายงานระบุว่า ในขณะนี้โรงกลั่นน้ำมันของสหรัฐมีการผลิตลดลง 3.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือ 20% ของกำลังการกลั่นทั้งหมด เนื่องมาจากโรงกลั่นบางส่วนยังคงปิดทำการ เมื่อเทียบกับการผลิตที่หายไป 4.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในช่วงที่พายุเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์มีกำลังแรงที่สุดขณะพัดถล่มแหล่งผลิตน้ำมันในรัฐเท็กซัส
นักลงทุนจับตาพายุเฮอร์ริเคนเออร์มา ซึ่งมีความรุนแรงในระดับ 5 และกำลังเคลื่อนตัวในทะเลแคริบเบียน และรัฐฟลอริดา โดยคาดว่า พายุลูกนี้อาจส่งผลกระทบต่อโรงกลั่น และทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำมัน
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ระบุว่า ในระยะยาวนั้น อุตสาหกรรมน้ำมันยังคงเผชิญกับปริมาณน้ำมันจำนวนมาก และราคาอยู่ในระดับต่ำ จากการผลิตในระดับสูงในรัสเซีย, ตะวันออกกลาง และอเมริกาเหนือ





