ราคาน้ำมันดิบตลาดสหรัฐ ปิดตลาดวันอังคาร(29ส.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวลงต่ำสุดในรอบ 1 เดือน หลังโรงกลั่นหลายแห่งยังประสบปัญหาจากอิทธิพลของพายุฮาร์วีย์
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต เดือนต.ค.ปรับตัวลดลง 13 เซนต์ ปิดที่ 46.44 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ งวดส่งมอบเดือนเดียวกัน เพิ่มขึ้น 11 เซนต์ ปิดที่ 52.00 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
โรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งของสหรัฐ ที่ตั้งอยู่บริเวณอ่าวเม็กซิโกได้พากันปิดทำการและลดกำลังการผลิต เนื่องจากผลกระทบของพายุเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์ที่พัดถล่มรัฐเท็กซัสเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
โรงกลั่นน้ำมันของบริษัท มาราธอน ปิโตรเลียม และไลออนเดล บาเซล อินดีสทรีส์ ได้ประกาศลดกำลังการผลิตลงครึ่งหนึ่ง ขณะที่โรงกลั่นน้ำมันของบริษัท โมติวา เอ็นเตอร์ไพรส์ ในรัฐเท็กซัส ซึ่งเป็นโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ กำลังพิจารณาปิดทำการ เนื่องจากมีน้ำท่วมสูงในบริเวณโรงกลั่น
ด้านบริษัทเอ็กซอน โมบิล ได้ประกาศปิดโรงกลั่นเบย์ทาวน์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐ และมีกำลังการกลั่นน้ำมันดิบในปริมาณสูงถึง 584,000 บาร์เรลต่อวัน ขณะที่บริษัทรอยัล ดัชท์ เชลล์ ได้ประกาศปิดโรงกลั่นเดียร์พาร์ค ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเมืองฮุสตัน โดยโรงกลั่นแห่งนี้มีกำลังการกลั่น 285,000 บาร์เรล/วัน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ ได้ให้คำมั่นว่าจะจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่รัฐเท็กซัสและหลุยเซียนา หลังถูกพายุเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์พัดถล่มอย่างหนักจนเกิดอุทกภัยอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในเมืองฮุสตัน ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 4 ของสหรัฐ





