วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยุโรปยังร้อนจัด-สังเวย 2 ศพ

อิทธิพลของคลื่นความร้อนที่ส่งผลให้หลายประเทศในยุโรปมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส คร่าชีวิตประชาชนอย่างน้อย 2 คนแล้ว

คลื่นความร้อนที่นักพยากรณ์อากาศในยุโรปตั้งชื่อให้ว่า “ลูซิเฟอร์” ขยายอิทธิพลแผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งภูมิภาค โดยเฉพาะในแถบยุโรปตะวันออกและยุโปใต้ ส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยในหลายประเทศสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 คนในโปแลนด์และโรมาเนีย

นอกจากนี้ ความร้อนยังทำให้เกิดไฟป่าและพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายจากสภาพอากาศร้อนจัด ตลอดจนรัฐบาลของหลายประเทศต้องประกาศเตือนภัยประชาชนให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่กลางแจ้งหากไม่จำเป็น และดื่มน้ำให้มากขึ้นเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำเฉียบพลัน

ขณะเดียวกันมีรายงานว่าเกิดไฟป่ารุนแรงในแอลเบเนียและเซอร์เบีย ส่วนเกษตรกรในอิตาลีทำการเก็บเกี่ยวองุ่นสำหรับผลิตไวน์เร็วขึ้นกว่าปกติหลายสัปดาห์ ซึ่งเป็นผลจากสภาพอากาศร้อนจัด โดยสื่อท้องถิ่นรายงานว่าการเก็บเกี่ยวองุ่นก่อนวันที่ 15 ส.ค. เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในอิตาลี เช่นเดียวกับการที่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงมีรับสั่งให้ปิดน้ำพุทั้งหมดในวาติกันเพื่อช่วยประหยัดน้ำ ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของวาติกัน

ด้านวารสารการแพทย์และวิยาศาสตร์ “แลนเซ็ต” ตีพิมพ์ผลงานวิจัยในสัปดาห์นี้ว่า สภาพอากาศที่ร้อนจัดในยุโรปมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น จนอาจส่งผลให้จำนวนผู้เสียชีวิตเพราะความร้อนเพิ่มขึ้น 50 เท่าจากราว 3,000 คนต่อปีในปัจจุบัน เป็น 152,000 คนต่อปีภายในปี 2643 หรืออีก 83 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ อัตราการเกิดไฟป่าจะเพิ่มขึ้นอีก 138% และแนวโน้มการเกิดน้ำท่วมจะเพิ่มขึ้นอีก 54%