ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 7 ทำสถิติช่วงขาขึ้นยาวนานที่สุดในรอบ 2 เดือน
สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าตลาดสหรัฐ ปิดตลาดวันศุกร์(30มิ.ย.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 7 ติดต่อกัน ถือเป็นช่วงขาขึ้นที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.แต่ราคาน้ำมันยังคงมีแนวโน้มปรับตัวย่ำแย่ที่สุดในครึ่งปีแรกนี้นับตั้งแต่ปี2541
ทั้งนี้ ความกังวลเกี่ยวกับภาวะน้ำมันล้นตลาดได้ฉุดให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทรุดตัวลง 16% นับตั้งแต่ต้นปีนี้ แม้ว่ากลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) มีมติขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตจนถึงไตรมาสแรกของปีหน้า
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนส.ค. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 1.1 ดอลลาร์ ปิดตลาดที่ 46.04 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวขึ้น 50 เซนต์ ปิดตลาดที่ 47.92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันทำสถิติปรับตัวขึ้นมากที่สุดในสัปดาห์นี้นับตั้งแต่สัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 19 พ.ค. หลังจากที่ดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 19 เดือนในสัปดาห์ที่แล้ว
แบงก์ ออฟ อเมริกา เมอร์ริล ลินช์ ประกาศปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในปีนี้ สู่ระดับ 47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปีหน้า
นอกจากนี้ ธนาคารยังได้ปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์สู่ระดับ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปีนี้ และ 52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปีหน้า
แบงก์ ออฟ อเมริกา ระบุด้วยว่า การผลิตน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจากสหรัฐ ลิเบีย และไนจีเรีย รวมทั้งอุปสงค์ที่อ่อนแอ จะส่งผลให้ภาวะน้ำมันล้นตลาดรุนแรงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้





