นายโคมีย์ ยังบอกว่าไม่ทราบว่าเหตุใดประธานาธิบดีทรัมป์ จึงปลดเขาออกจากตำแหน่ง แต่จากคำพูดของปธน.ทรัมป์ ทำให้เขาเข้าใจว่า เป็นเพราะการสอบสวนของเขาในประเด็นที่ว่ารัสเซีย เข้าแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ
นายเจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) เข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการข่าวกรองของวุฒิสภาสหรัฐเมื่อวานนี้ โดยระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ได้เรียกร้องให้เขายุติการสอบสวนประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างนายไมเคิล ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ กับรัฐบาลรัสเซีย แต่เขามองว่าคำพูดของปธน.ทรัมป์ เป็นการบ่งชี้ทิศทางในการปฏิบัติหน้าที่ และเขาเข้าใจว่าปธน.ทรัมป์ต้องการให้เขายกเลิกการสอบสวน
นายโคมีย์ ระบุว่า เขาและเจ้าหน้าที่รายอื่นๆในเอฟบีไอ ต่างรู้สึกช็อกและสับสน จากการที่ปธน.ทรัมป์“ร้องขอ”ให้เขายกเลิกการสอบสวนนายฟลินน์ ซึ่งเขาเข้าใจว่า “คำร้องขอ”ดังกล่าวถือเป็นคำสั่ง และเขารู้สึกกังวลในการสนทนากับปธน.ทรัมป์ แต่ไม่มีหน้าที่ในการตัดสินว่า ปธน.ทรัมป์พยายามขัดขวางกระบวนการยุติธรรมหรือไม่
นอกจากนี้ นายโคมีย์ ยังบอกว่าไม่ทราบว่าเหตุใดประธานาธิบดีทรัมป์ จึงปลดเขาออกจากตำแหน่ง แต่จากคำพูดของปธน.ทรัมป์ ทำให้เขาเข้าใจว่า เป็นเพราะการสอบสวนของเขาในประเด็นที่ว่ารัสเซีย เข้าแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปีที่แล้วหรือไม่ และการสอบสวนประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างนายฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ กับรัฐบาลรัสเซีย
นายโคมีย์ กล่าวว่าความสัมพันธ์ของเขาและปธน.ทรัมป์ไม่ค่อยราบรื่น หลังจากที่ทั้งสองได้มีการสนทนากันในวันที่ 6 ม.ค.จากก่อนหน้านี้ ที่ปธน.ทรัมป์ กล่าวกับเขาหลายครั้งว่า เขาทำงานได้ดี และควรอยู่ในตำแหน่งต่อไป
ด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ ซึ่งเป็นบุตรชายของประธานาธิบดีทรัมป์ ทวีตข้อความตอบโต้นายโคมีย์ ที่เข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการข่าวกรองของวุฒิสภาสหรัฐโดยระบุว่า “ผมรู้จักพ่อของผมเป็นเวลา 39 ปี ซึ่งเมื่อท่าน ”สั่งหรือบอก“ ให้คุณทำอะไร คำพูดของท่านจะไม่มีความกำกวม คุณจะรู้อย่างชัดเจนว่า ท่านหมายความว่าอย่างไร”





