ดาวโจนส์ปิดบวกหลังนักลงทุนคาดคำให้การ“โคมีย์”ไม่สะเทือนเก้าอี้“ทรัมป์”
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดตลาดวันพฤหัสบดี (8มิ.ย.)ตามเวลาท้องถิ่นในแดนบวก หลังจากที่นายเจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) เสร็จสิ้นการเข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการข่าวกรองของวุฒิสภาสหรัฐ ซึ่งนักลงทุนมองว่า ไม่มีหลักฐานบ่งชี้อย่างชัดเจนว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขัดขวางกระบวนการยุติธรรมที่จะส่งผลกระทบต่อการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวขึ้น 8.84 จุดหรือ 0.04 % ปิดที่ 21,182.53 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ขยับขึ้น 0.65 จุดหรือ 0.03% ปิดที่ 2,433.79 จุดและดัชนีแนสแด็ก ปรับตัวขึ้น 24.38 จุดหรือ 0.39% ปิดที่ 6,321.76 จุด
ทั้งนี้ นายโคมีย์กล่าวว่า เขาไม่มีข้อสงสัยกรณีที่รัฐบาลรัสเซียได้เข้าแทรกแซงกระบวนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปีที่แล้ว และได้ลักลอบเจาะระบบคอมพิวเตอร์ของคณะกรรมการแห่งชาติของพรรคเดโมแครต แต่มั่นใจว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงคะแนนในการลงคะแนนเสียง หรือมีการแก้ไขคะแนนเสียงในระหว่างการเลือกตั้ง
นอกจากนี้ นายโคมีย์ ยังกล่าวว่า เขารู้สึกไม่สบายใจกรณีที่ปธน.ทรัมป์ ร้องขอให้เขายุติการสอบสวนประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างนายไมเคิล ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ กับรัฐบาลรัสเซีย แต่ไม่ได้ระบุว่าเขาคิดว่าปธน.ทรัมป์พยายามขัดขวางกระบวนการยุติธรรมหรือไม่
ก่อนหน้านี้ นักลงทุนกังวลว่า หากคำให้การของนายโคมีย์บ่งชี้ว่าปธน.ทรัมป์ขัดขวางกระบวนการยุติธรรม จะส่งผลให้มีการดำเนินการถอดถอนปธน.ทรัมป์ออกจากตำแหน่ง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ
ทางด้านธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้จัดการประชุมและส่งสัญญาณว่าจะไม่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยต่อไปอีก ขณะที่เศรษฐกิจยูโรโซนฟื้นตัวขึ้น แต่แถลงว่าภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ จะทำให้อีซีบีดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป
นอกจากนี้ อีซีบี ยังประกาศคงวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ที่ระดับ 6 หมื่นล้านยูโรต่อเดือน โดยจะคงวงเงินที่ระดับดังกล่าวไปจนถึงเดือนธ.ค.





