บรรดาชาติอาหรับพากันตัดสัมพันธ์กาตาร์ หาว่ารัฐบาลหนุนลัทธิสุดโต่ง นับเป็นวิกฤติทางการทูตครั้งใหญ่ที่สุดของภูมิภาคแถบนี้ในรอบหลายสิบปี
ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี บาห์เรน เยเมน รวมทั้งอียิปต์ และมัลดีฟส์ ประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตและด้านอื่น ๆ กับกาตาร์เมื่อวันจันทร์ (5 มิ.ย.) โดยกล่าวหาว่ารัฐบาลกาตาร์สนับสนุนลัทธิสุดโต่ง นับเป็นวิกฤติทางการทูตครั้งใหญ่ที่สุดของภูมิภาคแถบนี้ในรอบหลายสิบปี
สื่อท้องถิ่นในกาตาร์รายงานว่า ประชาชนจำนวนมากเข้าแถวยาวเพื่อจับจ่ายซื้ออาหารหลักไม่ว่าจะเป็น ข้าว นมและไก่ตามซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งทั่วประเทศจนสินค้าหลายอย่างหมดเกลี้ยงและชั้นวางว่างเปล่า ขณะที่แหล่งข่าวคาดว่า กาตาร์อาจเผชิญการขาดแคลนอาหารได้หากยังไม่สามารถแก้ไขความขัดแย้งทางการทูตได้ แต่อิหร่านประกาศเตรียมจัดส่งอาหารไปช่วยเหลือและจะจัดส่งทางเรือไปถึงกาตาร์ภายใน 12 ชม.
กาตาร์ ซึ่งเป็นประเทศเล็กๆที่มีประชากรราว 2.3 ล้านคน และมีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลทราย ทำให้ไม่สามารถทำเกษตรกรรมได้ จึงต้องนำเข้าอาหารเกือบ 80% จากชาติสมาชิกในสภาความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ หรือจีซีซี ด้านธนาคารโลกระบุว่า กาตาร์นำเข้าอาหารมูลค่าเกือบ 1,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2558 ซึ่งเกือบ 1 ใน 3 นำเข้าจากซาอุดีอาระเบียและยูเออี
ความแตกตื่นนี้มีขึ้นหลังจากบรรดารัฐริมอ่าวเปอร์เซียและอียิปต์ต่างประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตและปิดการติดต่อเชื่อมโยงด้านการคมนาคมขนส่งกับกาตาร์ ซึ่งเป็นประเทศที่ต้องพึ่งพาอาศัยสินค้าส่งออกต่างๆ จากชาติเพื่อนบ้านของตน นอกจากนั้นยังสั่งห้ามพลเมืองของตนไม่ได้เดินทางไปยังกาตาร์และออกคำสั่งให้พลเมืองกาตาร์เดินทางออกจากประเทศของตนภายใน 14 วัน
ขณะเดียวกันซาอุดีอาระเบียยังสั่งปิดสถานีโทรทัศน์อัล-จาซีราของกาตาร์ ซึ่งซาอุดีอาระเบียมองว่ามักวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลซาอุดีอาระเบีย แต่ทางอัล-จาซีราอ้างว่า เป็นสำนักข่าวอิสระและเป็นกระบอกเสียงให้แก่ทุกฝ่ายในภูมิภาค
ด้านอุตสาหกรรมการคมนาคมทางอากาศนั้นบรรดาสายการบินของยูเออีทั้ง เอมิเรตส์, เอทิฮัด, ฟลายดูไบ, และ แอร์ อาราเบีย ตลอดจนสายการบินของซาอุดีอาระเบีย ต่างประกาศงดเที่ยวบินทั้งหมดที่เดินทางไปและกลับจากกาตาร์ตั้งแต่เช้าวันนี้เป็นต้นไป
ขณะที่รัฐบาลกาตาร์ออกมาตอบโต้การตัดสัมพันธ์ครั้งนี้ด้วยความไม่พอใจอย่างมาก พร้อมปฏิเสธข้อหาที่ว่าสนับสนุนกลุ่มสุดโต่งและตอบโต้พวกชาติเพื่อนบ้านริมอ่าวเปอร์เซียเหล่านี้ว่า กำลังพยายามหาทางทำให้กาตาร์ตกอยู่ในฐานะ “รัฐในความคุ้มครอง”
ปัจจุบัน กาตาร์นั้นเป็นสถานที่ตั้งของฐานทัพอากาศใหญ่ที่สุดของสหรัฐในภูมิภาคนี้ ซึ่งมีบทบาทสำคัญยิ่งในการปฏิบัติการต่อสู้ปราบปรามกลุ่มนักรบรัฐอิสลาม หรือไอเอส รวมทั้งยังกำลังจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกในปี 2022 อีกด้วย
คำประกาศจากรัฐริมอ่าวเปอร์เซียและบริเวณใกล้เคียงเหล่านี้เกิดขึ้นในเวลาไม่เพียง 1 เดือนหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ เดินทางเยือนซาอุดีอาระเบีย และเรียกร้องให้บรรดาประเทศมุสลิมจัดตั้งแนวร่วมเพื่อต่อสู้คัดค้านลัทธิสุดโต่ง

