ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ เตรียมประกาศจุดยืนว่าสหรัฐจะ 'เข้าร่วม' หรือ 'ถอนตัว' ข้อตกลงโลกร้อนปารีสเมื่อปี 2558 ในช่วงเช้ามืดวันศุกร์ (2 มิ.ย.) ตามเวลาไทย ขณะที่แหล่งข่าวเผย 'มีโอกาสสูงมาก' ที่ผู้นำสหรัฐจะตัดสินใจ 'ถอนตัว'
นายทรัมป์เปิดเผยผ่านทวิตเตอร์เมื่อค่ำวันพุธ (31 พ.ค.) ว่า จะประกาศการตัดสินใจเกี่ยวกับข้อตกลงปารีสในวันพฤหัสบดี เวลา 15.00 น.ของวันพฤหัสบดี (1 มิ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 03.00 น.ของวันศุกร์ (2 มิ.ย.) ตามเวลาไทย ที่สวนกุหลาบในทำเนียบขาว พร้อมด้วยข้อความว่า “ทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง” ซึ่งเป็นสโลแกนหาเสียงของเขา
แม้นับตั้งแต่นั่งเก้าอี้ผู้นำสหรัฐ นายทรัมป์ไม่เคยระบุชัดเจนว่ามีแนวคิดโน้มเอียงไปทางไหนและยืนยันว่ารับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย แต่ระหว่างการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว นายทรัมป์ได้กล่าวหาเรื่องข้อตกลงการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศว่าเป็นเพียงการโกหกหลอกลวงที่จีนสร้างขึ้นมา พร้อมประกาศว่าต้องการที่จะฟื้นฟูอุตสาหกรรมถ่านหินของสหรัฐขึ้นมาใหม่ แม้ทั่วโลกมองว่าถ่านหินเป็นแหล่งพลังงานที่สกปรกและสร้างมลพิษรายสำคัญก็ตาม
ขณะที่สื่อหลายสำนักรายงานอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลว่า นายทรัมป์ได้ตัดสินใจแล้วที่จะถอนตัวออกจากข้อตกลงระดับโลกที่มุ่งลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอน ซึ่งการปลีกตัวของสหรัฐจะบั่นทอนอิทธิพลของข้อตกลงฉบับนี้อย่างมาก ขณะเดียวกันสหรัฐยังถือเป็นประเทศผู้ปลดปล่อยคาร์บอนรายใหญ่อันดับ 2 ของโลกรองจากจีน
ด้านทำเนียบขาวปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นต่อรายงานดังกล่าวและยังไม่ยืนยันว่านายทรัมป์จะฉีกสัญญาอย่างไร้เยื่อใยหรือเพียงปรับเป้าหมายในการลดก๊าซเรือนกระจกให้ต่ำลงกว่าที่อดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามาเคยตั้งเป้าว่าจะลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 26-28% จากระดับเมื่อปี 2548 ภายในปี 2568
ท่าทีลังเลของสหรัฐมีขึ้นในเวลาไม่ถึง 18 เดือน หลังจากที่ 196 ประเทศทั่วโลกได้พร้อมใจกันลงนามรับรองข้อตกลงดังกล่าวที่กรุงปารีสของฝรั่งเศส โดยเป็นผลพวงจากการบรรลุข้อตกลงที่ยากลำบากระหว่างจีนและสหรัฐในยุคนายโอบามา
ขณะที่สหภาพยุโรป หรืออียู และจีน ต่างยืนยันว่า จะยังคงปฏิบัติตามพันธกรณีที่มีต่อข้อตกลงปารีส แม้ว่าสหรัฐจะถอนตัวก็ตาม




